ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอีกครั้งในตลาดโตเกียว โดยเงินดอลลาร์ขยับขึ้นแตะระดับ 159 เยนเป็นครั้งแรกในราว 1 สัปดาห์ครึ่ง และในช่วงที่ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เริ่มแถลงข่าว ค่าเงินเยนอ่อนลงเพิ่มเติมราว 50 สตางค์ในเวลาไม่นาน ภาพรวมสะท้อนว่า “คำพูดและโทน” ของ BOJ ยังคงมีอิทธิพลต่อการคาดการณ์ตลาดอย่างมาก แม้การตัดสินใจเชิงนโยบายจะซับซ้อนและผูกกับเงินเฟ้อ ค่าจ้าง และภาวะการเงินของญี่ปุ่นก็ตาม
สำหรับผู้อ่านชาวไทย ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะค่าเงินเยนกระทบตรงกับค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยว การเรียนต่อ การโอนเงิน และต้นทุนการค้ากับญี่ปุ่น เยนอ่อนมักทำให้ “ญี่ปุ่นดูถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินบาท” โดยเฉพาะค่าอาหาร ค่าเดินทางในเมือง และสินค้า/บริการที่จ่ายเป็นเยน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความผันผวนที่เกิดเร็วในวันเดียวทำให้เรทแลกเงินหน้าร้านหรือเรทบัตรอาจแกว่งแรงกว่าที่คิด ผู้ที่มีแผนใช้เงินเยนแน่นอนจึงควรเน้นการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการ “เดาเรทให้เป๊ะ”
คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือ หากมีกำหนดเดินทางหรือกำหนดโอนเงินชัดเจน ควรทยอยแลกเป็นรอบ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเลือกผิดจังหวะเพียงวันเดียว และควรเผื่อส่วนต่างค่าธรรมเนียมระหว่างช่องทางต่าง ๆ (ธนาคาร ร้านแลกเงิน บัตรเครดิต/เดบิต) ไว้ในงบประมาณเสมอ ส่วนผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น แม้เยนอ่อนจะช่วยลดต้นทุนฝั่งเยนได้ในบางช่วง แต่ควรทบทวนเงื่อนไขชำระเงินและการตั้งราคาให้รองรับความแกว่งของค่าเงิน เพราะกำไรอาจหายได้หากต้นทุนเปลี่ยนเร็วเกินกว่าจะปรับราคาขายทัน

