ในช่วงที่หลายคนมองว่าญี่ปุ่นกำลังเสียเปรียบในสนามเทคโนโลยีให้กับสหรัฐและจีน ข่าวการกลับมาของแบรนด์ “wena” ภายใต้บริษัทสตาร์ตอัป augment AI กลับสร้างความคึกคักได้ไม่น้อย เพราะเพียง 40 นาทีหลังเปิดระดมทุน ก็ทำยอดสนับสนุนทะลุ 100 ล้านเยน และทำสถิติเร็วที่สุดบนแพลตฟอร์ม GREEN FUNDING ขณะเดียวกัน ในวันเดียวกันยอดยังขยับถึง 170 ล้านเยน โดยผลิตภัณฑ์นี้เป็นสมาร์ตวอทช์ขนาดเล็กมากที่ต่อยอดจากทรัพย์สินทางปัญญาและแนวคิดเดิมของ Sony ซึ่งถูกส่งต่อมายังทีมใหม่หลังการแยกตัวออกมา
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือ “วิธีคิดแบบญี่ปุ่น” ที่ยังมีพื้นที่ในตลาดโลก ผลิตภัณฑ์อย่าง wena X ไม่ได้พยายามแข่งตรงๆ กับ Apple Watch หรือสมาร์ตแบนด์ราคาถูกจากจีน แต่เลือกแก้โจทย์เฉพาะทาง คือทำให้ผู้ใช้ยังคงใส่นาฬิกาข้อมือเรือนโปรดได้ ขณะเดียวกันก็มีฟังก์ชันชำระเงิน รับการแจ้งเตือน บันทึกกิจกรรม และติดตามสุขภาพ โดยตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบให้เล็กลงและใช้พลังงานต่ำด้วยระบบปฏิบัติการเฉพาะของบริษัทเอง
นี่เป็นข่าวที่คนไทยควรอ่าน เพราะสะท้อนว่าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นยังไม่ได้หมดแรงสร้างนวัตกรรม เพียงแต่กำลังเปลี่ยนรูปจากบริษัทยักษ์ใหญ่ไปสู่ทีมขนาดเล็กที่เคลื่อนไหวไวกว่า สำหรับนักธุรกิจไทยหรือสตาร์ตอัปไทย ข่าวนี้เตือนให้เห็นว่า จุดขายแบบญี่ปุ่นยังขายได้ หากจับ “คุณภาพ การใช้งานจริง และความรู้สึกของผู้ใช้” ได้ถูกจุด โดยเฉพาะในตลาดที่แข่งขันกันหนักเรื่องราคา การออกแบบประสบการณ์เฉพาะทางอาจสร้างพื้นที่ของตัวเองได้ดีกว่าการวิ่งแข่งกับของแมส
ในมุมของผู้บริโภคชาวไทย กระแสนี้ยังบอกอะไรอีกอย่างหนึ่ง คือญี่ปุ่นยังเป็นแหล่งสินค้ากลุ่ม gadget ที่มีเอกลักษณ์สูง และมักมีสินค้ารุ่นพิเศษหรือการเปิดทดลองใช้ในร้านดังของโตเกียวก่อนประเทศอื่น ข่าวระบุว่าบริษัทเริ่มนำเครื่องไปจัดแสดงให้ทดลองในร้านหลักๆ หลายแห่งในญี่ปุ่นแล้ว ถ้าใครมีแผนเดินทางไปญี่ปุ่นช่วงนี้ โดยเฉพาะในจังหวะที่ค่าเงินเยนยังทำให้การช็อปหลายประเภทคุ้มค่ากว่าหลายปีก่อน การเผื่อเวลาไปดูสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีจากแบรนด์ญี่ปุ่นรุ่นใหม่อาจเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจกว่าการซื้อของตามกระแสเดิมๆ
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ความสำเร็จของการระดมทุนครั้งนี้อาจกระตุ้นให้นักลงทุนญี่ปุ่นกลับมาเชื่อมั่นในฮาร์ดแวร์คอนซูเมอร์มากขึ้น หากเกิดกระแสต่อเนื่อง เราอาจเห็นสินค้าใหม่จากอดีตทีมงานแบรนด์ญี่ปุ่นระดับตำนานทยอยกลับมาอีก และนั่นย่อมเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจนวัตกรรมของญี่ปุ่น
