ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุคท่องเที่ยวแบบใหม่อย่างชัดเจน ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อ 2 เมษายนระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนที่มีแผนไปญี่ปุ่นถึง 90.4% ใช้ generative AI หรือ AI assistant ในการวางแผนทริป โดยนิยมใช้ค้นหาสถานที่ลับ จัดตารางเดินทาง และหาข้อมูลวัฒนธรรมญี่ปุ่น ขณะเดียวกันผู้ใช้ AI ราว 4 ใน 10 ยังให้ AI ช่วยสรุปข้อมูลจากโซเชียลอย่าง Xiaohongshu เพื่อคัดกรองกระแสที่ตรงกับรสนิยมของตนเอง อีกด้านหนึ่ง JR East, JAL และ JTB ก็ประกาศเริ่มโมเดลท่องเที่ยวใหม่ที่ผสมรถไฟกับเครื่องบินเข้าด้วยกัน เพื่อกระตุ้นการเดินทางแบบวนหลายเมืองในญี่ปุ่นตะวันออก โดยจะขายสินค้าเดินทางลักษณะนี้ผ่านร้าน JTB ในเขตเมืองหลวงช่วงเมษายนถึงกันยายน และมีแผนต่อยอดสู่ตลาดอินบาวด์ด้วย
สำหรับนักท่องเที่ยวไทย นี่คือข่าวที่ควรอ่านแบบ “เอาไปใช้ได้จริง” ญี่ปุ่นในปีนี้ไม่ใช่แค่ประเทศที่ค่าเงินยังน่าคบ แต่เป็นประเทศที่การเดินทางกำลังเปลี่ยนเร็วมาก ใครใช้ AI ช่วยวางแผนถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำกับเว็บไซต์ทางการของรถไฟ สายการบิน พิพิธภัณฑ์ และจุดท่องเที่ยว เพราะข้อมูลในโซเชียลอาจไม่อัปเดตเรื่องเวลาปิด ค่าเข้าชม หรือกฎเฉพาะพื้นที่ ที่สำคัญ เมื่อ AI พาเราไปเจอ “จุดลับ” มากขึ้น ก็ยิ่งต้องใส่ใจมารยาทแบบญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการไม่ส่งเสียงดังบนรถไฟ การแยกขยะ การไม่กีดขวางทางเดิน และการเคารพพื้นที่ชุมชน เพราะจุดหมายเล็ก ๆ ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นมักเป็นจุดที่เปราะบางที่สุดเช่นกัน


