ญี่ปุ่นเตรียมขึ้น “ภาษีขาออก” 3,000 เยน + งบแก้โอเวอร์ทัวริซึมพุ่ง คนไทยต้องเตรียมตัวยังไง

- ญี่ปุ่นเดินหน้าแนวคิดปรับภาษีขาออก 1,000→3,000 เยน เพื่อเป็นแหล่งงบมาตรการท่องเที่ยว
- เป้าหมายคือแก้ overtourism และกระจายดีมานด์ไปท้องถิ่น
- คนไทยควรเตรียมงบเพิ่ม และเที่ยวแบบเคารพชุมชน/ทำตามระบบจอง
ญี่ปุ่นกำลังเอาจริงกับการจัดการท่องเที่ยวล้นเมือง (overtourism) และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยสื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของญี่ปุ่น “やまとごころ” รายงานว่า มีแนวคิด/ทิศทางการปรับ ภาษีท่องเที่ยวขาออก (International Tourist Tax) จาก 1,000 เยนเป็น 3,000 เยน และคาดว่าเมื่อปรับแล้ว รายได้ภาษีจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายงานอธิบายว่าเป็นฐานทรัพยากรเพื่อเร่งมาตรการหลายด้าน ตั้งแต่รับมือ overtourism ไปจนถึงการยกระดับความปลอดภัย/การกระจายดีมานด์
รายงานยังให้ภาพว่า ญี่ปุ่นพยายามทำให้ “การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์” โดยใช้งบและเครื่องมือเชิงนโยบายมาจัดระบบ ไม่ปล่อยให้เมืองดังแบกภาระจนคนท้องถิ่นไม่ไหว เช่น มีงบสำหรับมาตรการ overtourism และรับรองคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่ไปกับการรับนักท่องเที่ยว นี่คือสัญญาณว่าในปี 2026 เป็นต้นไป ญี่ปุ่นอาจ “เข้ม” ขึ้นในด้านกฎระเบียบการท่องเที่ยว การจัดคิว การจำกัดคนในบางพื้นที่ หรือการคิดค่าธรรมเนียมรูปแบบต่างๆ
ถ้าคุณเป็นคนไทยที่บินไปญี่ปุ่นบ่อย ภาษีขาออกที่เพิ่มขึ้นหมายถึง “ต้นทุนต่อทริป” เพิ่มขึ้นทันที (แม้จะไม่ใช่ก้อนใหญ่เท่าตั๋วเครื่องบิน แต่รวมๆ แล้วมีผล โดยเฉพาะทริปครอบครัว) นอกจากนี้แนวคิด “จัดการ overtourism” จะทำให้กฎในเมืองท่องเที่ยวเข้มขึ้น เช่น ปรับเส้นทางเดิน จำกัดการถ่ายรูปในบางจุด เพิ่มค่าธรรมเนียม หรือปรับระบบจองล่วงหน้า ซึ่งถ้าไม่เตรียมตัว อาจเที่ยวไม่สนุกเพราะเจอข้อจำกัดเต็มไปหมด
คำแนะนำ (เที่ยวให้คุ้ม + ไม่โดนมองแรง) คือวางแผนแบบ “เที่ยวให้ช่วยชุมชน” มากขึ้น: เลือกพักเมืองรอง ซื้อของท้องถิ่น ใช้บริการที่เป็นมิตรต่อชุมชน และเคารพกฎพื้นที่ เช่น ไม่ยืนขวางหน้าบ้านคน ไม่ส่งเสียงดังในตรอกเล็ก ไม่ไลฟ์สดในพื้นที่ที่คนอยู่จริงๆ และถ้าพื้นที่ไหนเริ่มใช้ระบบจอง/จำกัดจำนวน ให้ทำตามอย่างเคร่งครัด—เพราะญี่ปุ่นกำลังใช้ “นโยบาย+งบ” ทำให้การท่องเที่ยวอยู่ร่วมกับคนท้องถิ่นได้ หากนักท่องเที่ยวทำตามกติกา ภาพลักษณ์คนไทยจะดีขึ้นและเราจะเที่ยวได้ยาวๆ แบบไม่โดนต่อต้าน
สรุป (TH)
