JTB คาดปี 2026 ญี่ปุ่นรับนักท่องเที่ยว 41.4 ล้านคน แต่ “จีน-ฮ่องกงลด” ไทยได้โอกาสไหม?

- JTB คาดปี 2026 นักท่องเที่ยวเข้า ญี่ปุ่น 41.4 ล้านคน และใช้จ่ายรวม 9.64 ล้านล้านเยน
- จีน/ฮ่องกงอาจลด และค่าเงินมีผลต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง
- คนไทยควรเน้นเมืองรอง จองล่วงหน้า และรักษามารยาทชุมชน
JTB เผยคาดการณ์ตลาดท่องเที่ยวขาเข้าญี่ปุ่นปี 2026 ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 41.4 ล้านคน (97.2% ของปีก่อน) แต่ “มูลค่าการใช้จ่าย” ยังเพิ่มเป็น 9.64 ล้านล้านเยน (100.6% ของปีก่อน) กล่าวอีกแบบคือ “คนอาจลดนิดๆ แต่ใช้เงินมากขึ้น” ซึ่งสะท้อนว่าญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่เฟสที่เน้นคุณภาพและรายได้ต่อหัวมากขึ้น
รายงานยังชี้ว่าปัจจัยหนุนรอบก่อนมาจากเยนอ่อนและความรู้สึกว่าญี่ปุ่น “คุ้มค่า” หลังโควิด แต่ในปี 2026 การเติบโตจะชะลอลงและพึ่งพาการเพิ่มขึ้นแบบธรรมชาติจากเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงขาลงสำคัญคืออุปสงค์จากจีน/ฮ่องกงที่อาจลดลง และหากเยนแข็งเร็วก็อาจกระทบตลาดระยะใกล้ของญี่ปุ่น (เช่นเกาหลี ไต้หวัน) โดยอาจทำให้คนย้ายไปเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ “คุ้มกว่า”
ประโยคหลังนี่สำคัญมาก เพราะมันสะท้อนการแข่งขัน “แย่งนักท่องเที่ยว” ระหว่างญี่ปุ่นกับอาเซียน ถ้าเยนแข็งและญี่ปุ่นแพงขึ้น คนญี่ปุ่นเองอาจมาเที่ยวไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันคนไทยอาจต้องคิดหนักขึ้นเรื่องงบเที่ยวญี่ปุ่น แต่รายงานก็พูดอีกด้านว่า นักท่องเที่ยวระยะไกล (ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย) มีแนวโน้มเพิ่ม และคนกลุ่มนี้มักอยู่นาน ใช้เงินสูง ทำให้เมืองยอดนิยมแน่นกว่าเดิม นั่นหมายถึงคนไทยที่ไปญี่ปุ่นอาจเจอ “การแข่งขันจองโรงแรม-รถไฟ-ร้านดัง” รุนแรงขึ้น
สำหรับคนไทยปี 2026 คือ “ย้ายจากเส้นทางฮิตไปเมืองรอง” ตามเทรนด์ที่ JTB เองก็ชี้ว่าการเดินทางเริ่มกระจายจากเมืองใหญ่สู่ท้องถิ่นมากขึ้น เมืองรองไม่ใช่แค่ถูกกว่า แต่คนท้องถิ่นมักต้อนรับดีกว่าและความขัดแย้งเรื่อง overtourism น้อยกว่า วางแผนง่ายๆ: เลือกโตเกียว/โอซาก้าเป็นทางผ่าน 1–2 คืน แล้วไปพักเมืองรอง 3–4 คืน เช่น แถบโทโฮคุ ชิโกกุ โฮคุริคุ หรือคิวชูตอนใน และจองรถไฟ/โรงแรมล่วงหน้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม อีกเรื่องคือมารยาท: เมืองรองบางแห่งเงียบและเป็นชุมชนจริงๆ การพูดเสียงดังตอนกลางคืนหรือสูบบุหรี่ผิดที่อาจทำให้คนมองแรงได้ง่ายกว่าเมืองใหญ่ ให้เคารพป้ายท้องถิ่นและถามก่อนถ่ายรูปเสมอ
