ญี่ปุ่น-จีนตึงเครียด บริษัทญี่ปุ่นเริ่ม “ลดพึ่งพา” กระทบซัพพลายเชนถึงไทย?

- ธุรกิจญี่ปุ่นกังวลความตึงเครียดญี่ปุ่น-จีนจะกระทบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะซัพพลายเชน
- ไทยอาจได้โอกาสจากการกระจายฐาน แต่ก็เสี่ยงจากความผันผวนด้านการค้า/ท่องเที่ยว/ค่าเงิน
- แนะนำให้ธุรกิจเตรียมแผนสำรองซัพพลาย และนักท่องเที่ยวเลี่ยงประเด็นอ่อนไหวในที่สาธารณะ
ความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีนที่ “ตึงขึ้น” ไม่ได้เป็นแค่ข่าวการเมืองระหว่างประเทศ แต่เริ่มสะท้อนเป็นความกังวลเชิงเศรษฐกิจของภาคธุรกิจญี่ปุ่นอย่างจริงจัง จากผลสำรวจภาคธุรกิจของรอยเตอร์ในญี่ปุ่นช่วงปลายปีถึงต้นมกราคม บริษัทจำนวนมากมองว่า หากความสัมพันธ์แย่ลงต่อเนื่องจะกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่น และแม้หลายบริษัทบอกว่า “ตอนนี้” ยังไม่โดนตรงๆ แต่ก็มีสัดส่วนไม่น้อยที่มองว่า “ต่อไป” จะหลีกไม่พ้น
ภาพที่ชัดคือความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนและการจัดหาวัตถุดิบ/ชิ้นส่วน โดยบริษัทที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจำนวนมากชี้ไปที่ “ยอดขายลด” และ “ซัพพลายเชน” เป็นประเด็นหลัก จุดที่น่าจับตาคือช่วงทำแบบสำรวจมีเหตุการณ์ที่จีนประกาศเข้มงวดการควบคุมส่งออกสินค้าที่เป็น “ใช้ได้ทั้งพลเรือนและทหาร” ต่อญี่ปุ่น แต่รายละเอียดว่าสินค้ากลุ่มใดเข้าข่าย และมีแร่หายาก (rare earth) รวมอยู่หรือไม่ ยังไม่ชัดเจนความ “ไม่ชัด” นี่เองที่ทำให้บริษัทต้องเตรียมแผนสำรอง เพราะธุรกิจกลัวที่สุดไม่ใช่แค่ต้นทุนเพิ่ม แต่คือความไม่แน่นอนที่ทำให้วางแผนผลิต/ส่งมอบไม่ได้
แล้วไทยเกี่ยวอะไร? ไทยอยู่กลางเครือข่ายการผลิตของญี่ปุ่นในอาเซียนมานาน ตั้งแต่ยานยนต์ ชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงโลจิสติกส์ หากบริษัทญี่ปุ่นเร่ง “ลดความเสี่ยงจีน” จริง การย้ายแหล่งจัดซื้อ การย้ายฐานผลิตบางส่วน หรือการเพิ่มสัดส่วนผลิตในอาเซียนมีโอกาสเกิดขึ้น ซึ่งไทยอาจ “ได้ประโยชน์” ในฐานะฐานผลิตที่พร้อม แต่ก็มีอีกด้านคือไทยเองก็เชื่อมกับจีนสูง ทั้งวัตถุดิบ ชิ้นส่วน เครื่องจักร และนักท่องเที่ยว หากจีนเข้มงวดส่งออกหรือความสัมพันธ์การเมืองลากยาวจนกระทบการค้าท่องเที่ยว ความผันผวนจะย้อนมาที่ไทยด้วย โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาลูกค้าจีนหรือชิ้นส่วนจีน
มุมที่คนไทยจับต้องได้ทันทีคือ “ค่าเงินและราคาสินค้า” เพราะความตึงเครียดมักทำให้ตลาดการเงินแกว่ง เยนที่อ่อนอยู่แล้วอาจผันผวนเพิ่ม (ถูกลงบางช่วง แพงขึ้นบางช่วง) สิ่งนี้กระทบทั้งผู้นำเข้า-ส่งออกไทย และคนไทยที่คิดจะไปญี่ปุ่นหรือซื้อสินค้าญี่ปุ่นในไทย
สำหรับคนทำธุรกิจและคนเดินทางคือ “อย่าพึ่งสมมติว่าของจะมาทันเหมือนเดิม” ถ้าคุณทำงานในโรงงาน/จัดซื้อที่ใช้ชิ้นส่วนญี่ปุ่นหรือผ่านจีน ให้เริ่มคุยกับซัพพลายเออร์เรื่องแหล่งสำรอง ระยะเวลาขนส่ง และสต๊อกขั้นต่ำไว้ก่อน ส่วนคนทั่วไปที่ซื้อของญี่ปุ่น—ถ้าเห็นสินค้าที่ต้องใช้ยาวๆ (เช่นอะไหล่ อุปกรณ์เฉพาะ) ควรเช็กทางเลือกในไทยหรืออาเซียนเผื่อกรณีของขาด/รอของนาน สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปญี่ปุ่น ช่วงข่าวความตึงเครียดแบบนี้ “อย่าคุยการเมืองแรงๆ” ในที่สาธารณะหรือบนรถไฟ เพราะคนญี่ปุ่นจำนวนมากเลี่ยงการถกประเด็นอ่อนไหว และอาจมองว่าเสียมารยาทได้ง่าย เลือกคุยเรื่องประสบการณ์เที่ยว อาหาร วัฒนธรรม จะปลอดภัยกว่า และช่วยให้ภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยดูดีขึ้น
