คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

แผ่นดินไหวคุมาโมโตะ ญี่ปุ่นประกาศ “ภัยพิบัติร้ายแรง” ท่ามกลางความร้อนทุบสถิติ

มีเนื้อหาโฆษณา

ลองนึกภาพว่าคุณเพิ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามมาตราวัดของญี่ปุ่น บ้านเรือนพังเสียหาย ไฟฟ้าน้ำประปาขัดข้อง แต่แทนที่อากาศจะเย็นลงช่วยบรรเทาความยากลำบาก กลับต้องเผชิญกับความร้อนที่ทุบสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 80 ปี นี่คือสถานการณ์จริงที่ชาวจังหวัดคุมาโมโตะ (熊本県) ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 เวลาประมาณ 16.27 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในพื้นที่คุมาโมโตะ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึงระดับ 7 ที่อำเภอฮิคาวะ เมืองอุกิ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมาตราชินโดะ (震度 มาตราวัดความรุนแรงแผ่นดินไหวแบบญี่ปุ่น ต่างจากมาตราริกเตอร์ที่คนไทยคุ้นเคย) แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ทั่วเกาะคิวชู มีการประกาศเตือนภัยสึนามิบริเวณอ่าวอาริอาเกะและทะเลยาซิโระ นอกจากนี้ยังเกิดเหตุระเบิดที่ห้างสรรพสินค้าอิออนมอลล์คุมาโมโตะ (Aeon Mall Kumamoto) ในเมืองคาชิมะ และปล่องควันของโรงงานกระดาษนิปปอนเปเปอร์ในเมืองยัตสึชิโระก็ล้มลง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ล่าสุด ณ วันที่ 3 สิงหาคม ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งผู้ที่คาดว่าเสียชีวิตจากผลกระทบทางอ้อมของภัยพิบัติ (災害関連死 หมายถึงการเสียชีวิตภายหลังจากความเครียด ความอ่อนล้า หรือสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่หลังภัยพิบัติ ไม่ใช่จากตัวแผ่นดินไหวโดยตรง) อยู่ที่ 38 ราย มีผู้อพยพไปพักในศูนย์พักพิงกว่า 8,200 คน และบ้านเรือนเสียหายกว่า 12,000 หลัง ในจำนวนนี้พังยับเยินทั้งหลังกว่า 181 หลัง

ในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ซานาเอะ (高市早苗) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมคุมาโมโตะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุ และประกาศแนวทางสำคัญสองเรื่อง เรื่องแรกคือการประกาศให้เป็น “ภัยพิบัติร้ายแรง” (激甚災害 อ่านว่า เกคิจิงไซกาอิ) แบบ “ฮงเกกิ” ซึ่งหมายถึงการช่วยเหลือครอบคลุมทุกพื้นที่โดยไม่จำกัดเฉพาะบางเขต ทำให้รัฐบาลกลางเข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น เรื่องที่สองคือการจะอนุมัติงบสำรองฉุกเฉินกว่า 2 หมื่นล้านเยนในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 4 สิงหาคม เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยตรง

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้นคือสภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรายงานว่าครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่นสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติในปี 1946 และในวันที่ 3 สิงหาคม เมืองคุมาโมโตะมีแนวโน้มอุณหภูมิจะพุ่งถึง 41 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของเมืองนี้ ผู้ประสบภัยจำนวนมากต้องนอนในรถเนื่องจากบ้านเสียหายหรือไม่กล้ากลับเข้าไปในตัวบ้านเพราะกลัวอาฟเตอร์ช็อก ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดอย่างมาก มีรายงานผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการนอนในรถท่ามกลางอากาศร้อนจัดด้วยเช่นกัน

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนไทยอย่างไร สำหรับคนไทยที่ทำงานหรือเรียนอยู่ในภูมิภาคคิวชู โดยเฉพาะจังหวัดคุมาโมโตะและพื้นที่ใกล้เคียง นี่คือช่วงเวลาที่ต้องติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวตามหลัง (余震) ในระดับรุนแรงต่อเนื่องได้อีกระยะหนึ่ง สำหรับนักธุรกิจไทยที่มีคู่ค้าหรือซัพพลายเชนเกี่ยวข้องกับคิวชู ควรตระหนักว่าพื้นที่นี้เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์สำคัญของญี่ปุ่น การหยุดชะงักของสาธารณูปโภคอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในระยะสั้น ควรสอบถามสถานะโรงงานคู่ค้าโดยตรงแทนการคาดเดาจากข่าว

สำหรับคนไทยที่มีญาติพี่น้องหรือเพื่อนอาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัย สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ไม่ใช่แค่การโทรศัพท์ถามไถ่ แต่ควรแนะนำให้พวกเขาระมัดระวังเรื่องโรคลมแดดเป็นพิเศษ เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ คนมักมองข้ามความเสี่ยงจากความร้อนเพราะสนใจแต่เรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือน ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติทางอ้อมอย่างการนอนในรถกลางความร้อนจัด อาจมีจำนวนมากกว่าผู้เสียชีวิตจากตัวแผ่นดินไหวเองด้วยซ้ำ นี่คือบทเรียนสำคัญที่ควรส่งต่อให้คนที่คุณห่วงใยในตอนนี้

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ