คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

ค่าแรงขั้นต่ำญี่ปุ่นปี 2026 พุ่งแตะ 1,176 เยน/ชม. สูงสุดที่โตเกียว 1,280 เยน สัญญาณอะไรถึงคนไทยในญี่ปุ่นและนักลงทุน?

มีเนื้อหาโฆษณา

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าเงินเดือนของคุณเพิ่มขึ้นเกือบ 5% ในปีเดียว แต่เพื่อนร่วมงานอีกจังหวัดหนึ่งกลับได้เพิ่มน้อยกว่า นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงกับแรงงานหลายล้านคนทั่วญี่ปุ่นในขณะนี้

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการค่าแรงขั้นต่ำกลางของญี่ปุ่น (中央最低賃金審議会 – ชูโอ ไซเทชิงกิน ชินกิไค) ได้เสนอแนวทางปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงประจำปีงบประมาณ 2026 โดยค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักทั่วประเทศ (全国加重平均 – เซนโกกุ คาจู เฮคิง) จะขยับจาก 1,121 เยน เป็น 1,176 เยน หรือเพิ่มขึ้น 55 เยน คิดเป็น 4.9% ตัวเลขนี้แม้จะดูสูง แต่จริงๆ แล้วต่ำกว่าปีก่อนหน้าที่เพิ่มถึง 66 เยน (6.3%) นับเป็นการชะลอตัวครั้งแรกในรอบ 6 ปี

ระบบค่าแรงขั้นต่ำของญี่ปุ่นไม่ได้เป็นตัวเลขเดียวทั่วประเทศ แต่แบ่งแต่ละจังหวัดออกเป็น 3 อันดับตามสภาพเศรษฐกิจ ได้แก่ อันดับ A (จังหวัดใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า) ปรับขึ้น 54 เยน ส่วนอันดับ B และ C (จังหวัดรองลงมาและชนบท) ปรับขึ้น 56 เยนต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะลดช่องว่างค่าแรงระหว่างเมืองใหญ่กับต่างจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 6 สิงหาคม มี 13 จังหวัดที่ประกาศตัวเลขจริงแล้ว โดยโตเกียวครองแชมป์สูงสุดที่ 1,280 เยนต่อชั่วโมง ขณะที่จังหวัดมิยางิกลับเป็นจังหวัดที่ปรับขึ้นมากที่สุดถึง 60 เยน สูงกว่าเป้าหมายกลางที่รัฐบาลกำหนด สะท้อนว่าท้องถิ่นบางแห่งกำลังพยายามแข่งขันดึงดูดแรงงานอย่างจริงจัง

เบื้องหลังการปรับขึ้นครั้งนี้มาจากหลายปัจจัยที่พันกันอยู่ ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรงจากสังคมผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันค่าครองชีพก็สูงขึ้นต่อเนื่องจากเงินเฟ้อ การเจรจาค่าจ้างประจำปีที่เรียกว่า “ชุนโต” (春闘) ในปีนี้ก็ปิดท้ายด้วยอัตราการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 5.01% ซึ่งเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่บรรลุเป้าหมาย 5% ตามที่สหภาพแรงงานเรียกร้อง รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ประกาศเป้าหมายระยะยาวไว้ชัดเจนว่าจะดันค่าเฉลี่ยทั่วประเทศให้แตะ 1,500 เยนภายในกลางทศวรรษ 2030 นี่จึงเป็นเพียงก้าวหนึ่งในแผนระยะยาวที่ใหญ่กว่านั้นมาก

สำหรับคนไทย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวเศรษฐกิจไกลตัว คนไทยจำนวนไม่น้อยทำงานอยู่ในญี่ปุ่นในตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานเสิร์ฟ งานในโรงงาน หรือแม้แต่นักศึกษาต่างชาติที่ทำงานพาร์ทไทม์ (アルバイト – อารุไบโตะ) เพื่อหารายได้เสริม การปรับขึ้นค่าแรงครั้งนี้หมายถึงรายได้ที่มากขึ้นจริง แต่ก็ต้องจับตาด้วยว่าค่าครองชีพในเมืองที่ปรับขึ้นมาก อย่างโตเกียว ก็มักจะแพงตามไปด้วยเช่นกัน ในอีกด้านหนึ่ง สำหรับนักธุรกิจไทยที่กำลังพิจารณาขยายกิจการหรือส่งพนักงานไปประจำการที่ญี่ปุ่น ต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นต่อเนื่องทุกปีเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องนำมาคำนวณในแผนธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่พึ่งพาแรงงานพาร์ทไทม์เป็นหลัก

ค่าแรงใหม่นี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที เพราะต้องรอกระบวนการประกาศในราชกิจจานุเบกษาของแต่ละจังหวัด ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลจริงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 เป็นต้นไป และวันที่มีผลจะแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด ดังนั้นถ้าคุณกำลังทำงานหรือวางแผนทำงานที่ญี่ปุ่นในช่วงปลายปีนี้ สิ่งที่ควรทำคือตรวจสอบตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดที่คุณอยู่โดยตรงจากเว็บไซต์กระทรวงแรงงานญี่ปุ่น อย่าเพิ่งเชื่อตัวเลขเฉลี่ยทั่วประเทศ เพราะแต่ละพื้นที่ต่างกันพอสมควร และสำหรับผู้ประกอบการ นี่คือสัญญาณเตือนให้เริ่มทบทวนงบต้นทุนแรงงานสำหรับปีงบประมาณหน้าได้ตั้งแต่ตอนนี้

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ