ถ้าคุณเป็นคนไทยที่ทำงานหรือเรียนอยู่ในญี่ปุ่น แล้ววันหนึ่งต้องรีบไปหาหมอเพราะไม่สบายกะทันหัน คุณเคยตรวจสอบหรือยังว่ากระเป๋าสตางค์ของคุณมีเอกสารที่ถูกต้องพร้อมใช้แสดงต่อโรงพยาบาลหรือเปล่า? ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา คำตอบของคำถามนี้สำคัญกว่าที่เคยมาก
ระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่นได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบ “มายนะ โฮเคนโช (マイナ保険証)” หรือบัตรประกันสุขภาพที่ผูกกับบัตรมายนัมเบอร์ (マイナンバーカード) ระบบหมายเลขประจำตัวประชาชนดิจิทัลของญี่ปุ่น) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว มาตรการผ่อนผันที่เคยอนุญาตให้ใช้บัตรประกันสุขภาพแบบเดิมที่หมดอายุไปแล้วยื่นแสดงที่โรงพยาบาลได้นั้น สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา อูเอโนะ เค็นอิจิโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและแรงงานญี่ปุ่น ยืนยันในการแถลงข่าวว่าตั้งแต่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป หากผู้ป่วยไม่มีทั้งบัตรมายนะ โฮเคนโช หรือ “ชิคาคุ คาคุนินโช (資格確認書)” เอกสารรับรองสิทธิ์ประกันสุขภาพทดแทนสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้บัตรมายนัมเบอร์ ผู้ป่วยอาจต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเต็มจำนวน 100% ที่หน้าเคาน์เตอร์ก่อน แล้วจึงไปยื่นเรื่องขอเงินคืนจากหน่วยงานประกันสุขภาพที่สังกัดในภายหลัง
บัตรประกันสุขภาพแบบกระดาษดั้งเดิมของญี่ปุ่นหยุดออกใหม่มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 แล้ว และบัตรที่ยังถืออยู่ก็ทยอยหมดอายุมาตลอดปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลใช้มาตรการผ่อนผันต่อเนื่องหลายรอบ เพราะเกรงว่าประชาชนจะสับสนในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนใช้บัตรมายนัมเบอร์เป็นบัตรประกันสุขภาพ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนใช้มายนะ โฮเคนโช แล้วประมาณ 94.87 ล้านคน คิดเป็น 91.3% ของผู้ถือบัตรมายนัมเบอร์ทั้งหมด แต่อัตราการใช้งานจริงเมื่อไปโรงพยาบาล (วัดจากการเรียกเก็บค่ารักษา) อยู่ที่ราว 68.5% เท่านั้น ณ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ลงทะเบียนแล้วแต่ยังไม่คุ้นเคยกับการใช้งานจริง
เหตุผลเบื้องหลังการผลักดันระบบนี้คือ นโยบายดิจิทัลไลเซชั่นภาครัฐของญี่ปุ่นที่ต้องการรวมข้อมูลประกันสุขภาพ ภาษี และสวัสดิการต่าง ๆ ไว้ในบัตรใบเดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการทุจริต แต่กระบวนการนี้ก็เผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด ทั้งความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และกรณีข้อมูลผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทำให้รัฐบาลต้องเลื่อนกำหนดบังคับใช้เต็มรูปแบบมาแล้วหลายครั้งก่อนจะมาถึงจุดนี้ในที่สุด น่าสังเกตว่า สำหรับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวรุนแรงที่จังหวัดคุมาโมโตะซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศข้อยกเว้นพิเศษให้สามารถรับการรักษาตามปกติได้โดยไม่ต้องแสดงบัตรมายนัมเบอร์หรือเอกสารรับรองสิทธิ์ ซึ่งสะท้อนว่าภาครัฐก็ตระหนักถึงความจำเป็นในการยืดหยุ่นตามสถานการณ์
สำหรับคนไทยในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถือวีซ่าคู่สมรส ผู้ฝึกงานทักษะเฉพาะ (特定技能) นักเรียนนักศึกษา หรือพนักงานบริษัทที่เข้าระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (国民健康保険) หรือประกันสังคมของบริษัท (社会保険) เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะหากไม่มีบัตรมายนะ โฮเคนโช หรือเอกสารชิคาคุ คาคุนินโช ติดตัว ก็มีความเสี่ยงต้องจ่ายค่ารักษาเต็มจำนวนไปก่อน ซึ่งอาจเป็นเงินจำนวนมากในกรณีฉุกเฉิน คนต่างชาติมักเผชิญความสับสนมากกว่าคนญี่ปุ่นเองด้วยซ้ำ เพราะกำแพงภาษาและความไม่คุ้นเคยกับระบบราชการญี่ปุ่น ทั้งนี้ ขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเที่ยวระยะสั้น เพราะกลุ่มนั้นใช้ประกันการเดินทางส่วนตัว ไม่ได้เข้าระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของญี่ปุ่นแต่อย่างใด
สำหรับเพื่อนคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นตอนนี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบทันทีว่าบัตรมายนัมเบอร์ของตัวเองได้ลงทะเบียนผูกกับประกันสุขภาพแล้วหรือยัง ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ผ่านเครื่องอ่านบัตรแบบยืนยันใบหน้าที่เคาน์เตอร์โรงพยาบาล แอปพลิเคชัน “มายนะ โพทัล (マイナポータル)” หรือแม้แต่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารเซเว่น ถ้ายังไม่ได้ลงทะเบียนหรือไม่สะดวกใช้บัตรมายนัมเบอร์ ก็สามารถขอ “ชิคาคุ คาคุนินโช” ได้ฟรีจากหน่วยงานที่ตนสังกัดประกัน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต บริษัทที่ทำงาน หรือสมาคมประกันสุขภาพ โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องยื่นคำร้องด้วยซ้ำ เก็บเอกสารนี้ไว้ในกระเป๋าสตางค์เหมือนบัตรประกันเดิมจะช่วยให้อุ่นใจได้มาก และหากยังไม่แน่ใจเรื่องขั้นตอน แนะนำให้ติดต่อศูนย์ช่วยเหลือชาวต่างชาติของสำนักงานเขตที่พำนักอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษหรือมีเอกสารภาษาง่าย ๆ (やさしい日本語) ให้คำแนะนำได้

