คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

 หัวข้อ ค่าจ้างจริงญี่ปุ่นบวก 6 เดือนติด สัญญาณดีเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่นักธุรกิจไทยไม่ควรมองข้าม

มีเนื้อหาโฆษณา

ลองจินตนาการว่าพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งในโตเกียวเปิดสลิปเงินเดือนเดือนมิถุนายนแล้วพบว่า ตัวเลขในนั้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่เป็นเงินที่ซื้อของกินของใช้ได้จริงมากขึ้นด้วย นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคนทำงานญี่ปุ่นจำนวนมากในตอนนี้ และเป็นเรื่องที่คนไทยที่ทำธุรกิจกับญี่ปุ่นควรรู้ไว้

กระทรวงแรงงานญี่ปุ่น (厚生労働省 – โคเซโรโดโช) เปิดเผยผลสำรวจสถิติแรงงานประจำเดือนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่า “ค่าจ้างจริง” หรือค่าจ้างที่หักผลกระทบจากเงินเฟ้อออกแล้ว (実質賃金 – จิตสึชิสึชิงกิน) ของเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และนี่คือเดือนที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่ตัวเลขนี้เป็นบวก หมายความว่าค่าแรงที่คนญี่ปุ่นได้รับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาสินค้าที่แพงขึ้น ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ตัวเลขที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือค่าจ้างตามชื่อ หรือเงินเดือนที่ยังไม่หักเงินเฟ้อ (名目賃金 – เมโมกุชิงกิน) เฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 531,677 เยน เพิ่มขึ้น 3.4% ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกันที่ตัวเลขนี้ทะลุ 3% ปรากฏการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 1992 หรือย้อนไป 34 ปี 3 เดือนเลยทีเดียว ปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นค่าจ้างพื้นฐานตามผลการเจรจาแรงงาน-นายจ้างประจำฤดูใบไม้ผลิปี 2026 (春季労使交渉 – ชุนกิโรชิเคียวโช) บวกกับโบนัสฤดูร้อนที่เพิ่มขึ้นตามผลประกอบการบริษัทที่ดี และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเมื่อปีก่อน

แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวดีล้วนๆ คือดัชนีราคาผู้บริโภคที่ใช้คำนวณค่าจ้างจริงในเดือนมิถุนายนก็เพิ่มขึ้นถึง 1.9% เร่งตัวขึ้นจาก 1.7% ในเดือนพฤษภาคม พูดง่ายๆ คือของแพงขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ค่าจ้างยังวิ่งนำหน้าอยู่หนึ่งก้าว กระทรวงแรงงานให้เหตุผลว่าเป็นเพราะฐานเงินเดือนปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและโบนัสก็เพิ่มขึ้น ขณะที่การเร่งตัวของราคาสินค้าเริ่มทรงตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ทำไมเรื่องค่าจ้างของคนญี่ปุ่นถึงเกี่ยวข้องกับคนไทย? คำตอบอยู่ที่ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจส่งออกไปญี่ปุ่นหรือรับพนักงานญี่ปุ่นเข้ามาทำงานในไทย เพราะเมื่อกำลังซื้อของผู้บริโภคญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขปลอมจากเงินเฟ้อ นั่นหมายถึงโอกาสในการขายสินค้าไทยที่มีคุณภาพและมีเรื่องราวไปยังตลาดญี่ปุ่นก็มากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารและไลฟ์สไตล์ที่ผู้บริโภคญี่ปุ่นยินดีจ่ายแพงขึ้นเมื่อรู้สึกว่ากระเป๋าเงินตัวเองหนาขึ้น อีกด้านหนึ่ง สำหรับบริษัทญี่ปุ่นที่มีสาขาในประเทศไทย ต้นทุนค่าแรงในญี่ปุ่นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจขยายฐานการผลิตหรือบริการมายังประเทศไทยมากขึ้น เพราะเมื่อเทียบต้นทุนแรงงานแล้ว ไทยยังคงมีความได้เปรียบอยู่พอสมควร

สำหรับคนไทยที่ทำงานอยู่ในญี่ปุ่นหรือกำลังพิจารณาไปทำงานที่นั่น ตัวเลขนี้ก็มีความหมายไม่น้อย เพราะแนวโน้มค่าจ้างที่ปรับขึ้นต่อเนื่องสะท้อนว่าตลาดแรงงานญี่ปุ่นยังคงร้อนแรง นายจ้างต้องแข่งกันเสนอเงินเดือนที่ดีขึ้นเพื่อรักษาคนทำงานเอาไว้ ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ญี่ปุ่นเผชิญมานานจากสังคมผู้สูงอายุ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าค่าครองชีพก็ขยับขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นเวลาต่อรองเงินเดือนหรือประเมินข้อเสนองาน จึงควรดูทั้งตัวเลขเงินเดือนและอัตราเงินเฟ้อควบคู่กันไป ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขหน้าซองเพียงอย่างเดียว สำหรับนักธุรกิจไทยที่กำลังวางแผนบุกตลาดญี่ปุ่นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ข้อมูลชุดนี้อาจเป็นจังหวะดีที่จะทบทวนกลยุทธ์การตั้งราคาสินค้าอีกครั้ง เพราะผู้บริโภคญี่ปุ่นที่มีรายได้จริงเพิ่มขึ้นมักจะยอมจ่ายมากขึ้นให้กับสินค้าที่ให้คุณค่าคุ้มราคา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปลายปีที่กำลังจะมาถึง

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ