คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

หัวข้อ 81 ปีวันสันติภาพฮิโรชิม่า สถิติใหม่ 123 ชาติร่วมพิธี ทำไมเรื่องนี้ใกล้ตัวคนไทยกว่าที่คิด

มีเนื้อหาโฆษณา

เช้าวันที่ 6 สิงหาคม เวลา 8 นาฬิกา 15 นาที ระฆังแห่งสันติภาพจะดังขึ้นที่สวนสันติภาพเมืองฮิโรชิม่า (広島平和記念公園 – ฮิโรชิม่า เฮวะ คิเน็น โคเอ็น) พร้อมกับการสงบนิ่งไว้อาลัยของผู้คนหลายหมื่นคน นาทีนั้นคือช่วงเวลาเดียวกับเมื่อ 81 ปีก่อน ที่ระเบิดปรมาณูลูกแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติถูกทิ้งลงเหนือเมืองนี้ และคร่าชีวิตผู้คนไปนับแสนคนในพริบตา

ปีนี้ถือเป็นปีที่มีความพิเศษในหลายมิติ เพราะพิธีรำลึกผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูและพิธีสวดภาวนาเพื่อสันติภาพ (原爆死没者慰霊式並びに平和祈念式 – เก็นบากุ ชิโบตฉะ อิเรชิกิ) มีตัวแทนจากประเทศและเขตปกครองเข้าร่วมมากถึง 123 แห่ง บวกกับคณะผู้แทนสหภาพยุโรป ถือเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการจัดพิธีนี้มา นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ซานาเอะ (高市早苗) ยังเป็นผู้นำรัฐบาลที่เข้าร่วมพิธีนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยกล่าวคำไว้อาลัยและยืนยันความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นต่อโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์

สิ่งที่ทำให้พิธีปีนี้มีน้ำหนักทางการเมืองมากกว่าทุกปีคือบริบทของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป นายกเทศมนตรีเมืองฮิโรชิม่า มัตสึอิ คาซึมิ (松井一実) จะอ่านคำประกาศสันติภาพ (平和宣言 – เฮวะ เซ็นเก็น) ซึ่งปีนี้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อสถานการณ์โลกที่ดูเหมือนจะยอมรับความเป็นไปได้ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าร่วมประชุมทบทวนสนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ (核兵器禁止条約 – คาคุเฮกิ คินชิ โจยาคุ) ในเดือนพฤศจิกายนนี้ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ที่น่าสนใจคือ ในบรรดาประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ทั้ง 5 ประเทศ มีเพียงจีนและรัสเซียเท่านั้นที่ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมในปีนี้ ขณะที่สหรัฐฯ ส่งเพียงอุปทูตแทนเอกอัครราชทูต สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียดในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

สำหรับคนไทย เรื่องนี้อาจดูเหมือนเป็นประวัติศาสตร์ไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมีเส้นด้ายที่เชื่อมโยงกันอยู่ไม่น้อย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเช่นเดียวกับที่ฮิโรชิม่าต้องเผชิญโศกนาฏกรรม ประเทศไทยเองก็มีบาดแผลจากสงครามเช่นกัน โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟสายมรณะที่จังหวัดกาญจนบุรี (ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า泰緬鉄道 – ไทเมนเท็ตสึโด) ซึ่งสร้างขึ้นโดยแรงงานเชลยศึกและแรงงานเกณฑ์ในยุคที่กองทัพญี่ปุ่นเข้ามาในภูมิภาคนี้ ทุกวันนี้ทั้งฮิโรชิม่าและกาญจนบุรีต่างก็เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปเยือนเพื่อเรียนรู้บทเรียนจากสงคราม ไม่ใช่เพื่อความสยดสยอง แต่เพื่อเข้าใจคุณค่าของสันติภาพที่มนุษย์ต้องรักษาไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นจุดยืนที่สอดคล้องกับสิ่งที่ฮิโรชิม่าเรียกร้องอยู่ในทุกปี

สำหรับคนไทยที่วางแผนไปเยือนฮิโรชิม่า สวนสันติภาพและพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพ (広島平和記念資料館) ยังคงเปิดให้เข้าชมตามปกติหลังพิธีการในช่วงเช้า แต่ในวันที่ 6 สิงหาคมของทุกปี พื้นที่รอบสวนจะมีผู้คนหนาแน่นเป็นพิเศษ มีการควบคุมการจราจรและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าวันปกติ หากใครวางแผนไปเยือนในช่วงนี้พอดี ควรเผื่อเวลาเดินทางเพิ่มและตรวจสอบข้อมูลการเข้าชมล่วงหน้า ส่วนใครที่ไม่ได้ไปตรงช่วงนี้ ก็ยังสามารถไปเยือนสวนแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปี บรรยากาศจะเงียบสงบกว่า เหมาะกับการค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวที่โดมอนุสรณ์ (原爆ドーム – เก็นบาคุ โดมุ) ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกถ่ายทอดไว้ เรื่องราวของฮิโรชิม่าในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การรำลึกอดีต แต่เป็นคำถามที่ส่งถึงคนรุ่นปัจจุบันทุกชาติ รวมถึงคนไทยด้วยว่า ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เราจะยังคงยึดมั่นในคุณค่าของสันติภาพที่แลกมาด้วยบทเรียนราคาแพงนี้ได้อย่างไร

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ