ถ้าคุณเคยเลื่อนฟีดอินสตาแกรมแล้วเจอวิดีโอสัตว์ฟันแทะตัวอ้วนกลมนอนขี้เกียจอยู่บนก้อนหิน หน้าตาเหมือนไม่แคร์อะไรในโลกนี้เลย นั่นแหละคือ “มาร์มอต” (marmot) สัตว์ตระกูลกระรอกภูเขาตัวใหญ่ที่กำลังจะมีบ้านของตัวเองในโตเกียวแล้ว
วันที่ 8 สิงหาคมนี้ ย่านคิจิโจจิ (吉祥寺) ย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารักและร้านกาแฟเก๋ๆ ของโตเกียว จะมีการเปิดตัว “MaMo Terrace” สถานที่แห่งแรกในญี่ปุ่นที่รวมทั้งการอนุรักษ์และให้ความรู้เกี่ยวกับมาร์มอตไว้ในที่เดียว อาคาร 3 ชั้นแห่งนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดไลฟ์สไตล์ที่เรียกว่า “คโยมุอิยาชิ” (虚無癒やし) ซึ่งแปลตรงตัวได้ประมาณว่า “การเยียวยาผ่านความว่างเปล่า” นั่นคือการปล่อยให้ตัวเองได้นั่งเฝ้ามองมาร์มอตที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ง่วงๆ เหงาๆ อยู่บนโขดหิน โดยไม่ต้องทำอะไรเลย และค้นพบความหรูหราของการ “ไม่ทำอะไรสักอย่าง”
ชั้น 1 ของอาคารเป็นคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึกธีมมาร์มอต มีเมนูขึ้นชื่ออย่าง “มาโมจิพุดดิ้ง” และ “มาโมมุไรซ์” ที่ออกแบบมาให้น่ารักสมชื่อร้าน ชั้น 2 เป็นเลานจ์ศิลปะที่รวบรวมภาพวาด ภาพประกอบ และประติมากรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากมาร์มอต ส่วนชั้น 3 คือหัวใจสำคัญของสถานที่แห่งนี้ นั่นคือ “หมู่บ้านมาร์มอต” ที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปสังเกตมาร์มอตตัวจริงในระยะใกล้
สิ่งที่ทำให้ MaMo Terrace แตกต่างจากคาเฟ่สัตว์ทั่วไปที่คนไทยคุ้นเคยคือ ที่นี่ไม่อนุญาตให้สัมผัสหรืออุ้มมาร์มอตเด็ดขาด ชั้น 3 ที่มีสัตว์จริงอาศัยอยู่ต้องจองล่วงหน้าและมีการจำกัดจำนวนคนต่อรอบอย่างเข้มงวด เพราะทางร้านให้ความสำคัญกับการจัดการสุขภาพและจังหวะชีวิตประจำวันของมาร์มอตเป็นอันดับแรก ปรัชญาการดำเนินงานคือการหลีกเลี่ยงความแออัดและการปฏิสัมพันธ์ที่มากเกินไปแบบคาเฟ่สัตว์ทั่วไป แล้วเน้นให้เป็นพื้นที่แบบสังเกตการณ์เงียบๆ แทน ส่วนชั้น 1 และ 2 นั้นเข้าชมได้ฟรีโดยไม่ต้องจอง ไม่ว่าจะจองพื้นที่ชั้น 3 ไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม
เรื่องนี้น่าสนใจสำหรับคนไทยด้วยเหตุผลหลายข้อ อย่างแรกคือกระแสคาเฟ่สัตว์แปลกๆ อย่างคาเฟ่คาปิบาร่าหรือคาเฟ่เม่นแคระ เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไทยมานานแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบการถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียลมีเดีย การมีสถานที่ใหม่แบบนี้เกิดขึ้นในย่านที่เดินทางสะดวกอย่างคิจิโจจิ ซึ่งอยู่ใกล้กับสวนอินโนคาชิระที่นักท่องเที่ยวไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว จึงน่าจะกลายเป็นจุดแวะพักใหม่ในทริปญี่ปุ่นได้ไม่ยาก อย่างที่สองคือแนวคิด “การไม่ทำอะไรเลย” ที่ MaMo Terrace นำเสนอ สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวแบบชะลอความเร็ว (slow travel) ที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ทั่วโลกรวมถึงคนไทยเริ่มมองหามากขึ้น แทนที่จะวิ่งไล่เก็บสถานที่ท่องเที่ยวให้ครบทุกจุดในทริปเดียว สำหรับใครที่วางแผนไปเที่ยวโตเกียวช่วงปลายปีนี้ คิจิโจจิถือเป็นย่านที่เหมาะมากสำหรับวันพักผ่อนสบายๆ ไม่เร่งรีบ เพราะนอกจาก MaMo Terrace แล้ว ในละแวกเดียวกันยังมีตลาดฮาร์โมนิก้าโยโกโจ (ハーモニカ横丁) ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารเล็กๆ บรรยากาศท้องถิ่น และสวนอินโนคาชิระที่มีทะเลสาบให้พายเรือเล่นได้ด้วย ข้อควรรู้สำคัญคือ ถ้าตั้งใจจะขึ้นไปดูมาร์มอตจริงๆ ที่ชั้น 3 ควรจองผ่านเว็บไซต์ล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อนไปถึง เพราะระบบจำกัดจำนวนคนต่อรอบอย่างเข้มงวด ไม่ใช่แบบ walk-in ที่รอคิวหน้าร้านได้เหมือนคาเฟ่สัตว์ทั่วไป และเนื่องจากเพิ่งเปิดใหม่ ช่วงแรกอาจมีคนสนใจจองเยอะเป็นพิเศษ ใครที่ตั้งใจจะไปควรวางแผนล่วงหน้าเผื่อเวลาไว้สักหน่อย

