ถ้าคุณเป็นคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นมาหลายปี และกำลังฝันถึงวันที่จะได้ “วีซ่าถาวร” (永住権 – เอจูเคน) เพื่อไม่ต้องกังวลเรื่องต่ออายุวีซ่าอีกต่อไป ข่าวนี้อาจทำให้คุณต้องกลับมาทบทวนแผนของตัวเองใหม่
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการพำนักญี่ปุ่น (出入国在留管理庁 – นิวคังโชในลุกกันริโจ) ได้เปิดเผยร่างแก้ไข “แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการอนุมัติวีซ่าถาวร” (永住許可に関するガイドライン) ฉบับใหม่ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (パブリックコメント) ตั้งแต่วันนั้นจนถึงต้นเดือนกันยายน สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายตกใจคือ แนวปฏิบัติฉบับเดิมที่เคยมีความยาวไม่ถึง 1 หน้ากระดาษ A4 กลับขยายเป็น 13 หน้าเต็ม ครอบคลุม 6 หมวดใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิมมาก
รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ฮิรางูจิ ฮิโรชิ (平口洋) แถลงต่อสื่อมวลชนว่าการปรับเกณฑ์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่าผู้ถือวีซ่าถาวรจะไม่กลายเป็น “ภาระของรัฐ” (公共の負担 – โคเคียวโนะฟุตัน) เนื่องจากวีซ่าถาวรเป็นสถานะที่มั่นคงที่สุด ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบต่ออายุซ้ำอีกเลยตลอดชีวิต ดังนั้นการพิจารณาตั้งแต่ต้นทางจึงต้องรัดกุมกว่าเดิม
รายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงมีหลายจุด ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องรายได้ครัวเรือน ซึ่งเดิมเพียงแค่ต้อง “มีรายได้มั่นคง” ก็เพียงพอ แต่ในร่างใหม่กำหนดว่ารายได้ของครัวเรือนผู้ยื่นคำร้องต้องสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายได้ครัวเรือนคนญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเลขที่แน่ชัดเป็นเงินเยนเท่าไรยังไม่ถูกเปิดเผย เพราะทางการเกรงว่าจะกระทบต่อกระบวนการพิจารณา แต่จะอ้างอิงจากสถิติสำรวจครัวเรือนของรัฐหลายฉบับ นอกจากนี้ยังเพิ่มเงื่อนไขใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่ เงินบำนาญที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต ความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น ความเข้าใจต่อระบบสังคมญี่ปุ่น และแม้กระทั่งการเข้าเรียนของบุตรในโรงเรียนญี่ปุ่น ก็ถูกนำมาพิจารณาประกอบด้วย
ข่าวดีเล็กๆ สำหรับบางกลุ่มคือ ผู้ที่ถือวีซ่าทักษะสูงพิเศษ (高度専門職・特別高度人材) พร้อมครอบครัว และผู้ที่เรียนในโรงเรียนญี่ปุ่นมาแล้ว 6 ปีขึ้นไป จะได้รับผลกระทบน้อยกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากรัฐบาลยังต้องการดึงดูดแรงงานทักษะสูงและกลุ่มที่ผสมกลมกลืนกับสังคมญี่ปุ่นอยู่แล้ว
ในแง่ของกำหนดเวลา หลักการคือแนวปฏิบัติใหม่นี้จะเริ่มใช้กับคำร้องที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2027 เป็นต้นไป แต่มีข้อยกเว้นที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือเกณฑ์เรื่องรายได้และภาระต่อรัฐ จะมีผลย้อนหลังไปถึงคำร้องที่ยื่นก่อนวันประกาศแก้ไขจริง 6 เดือน ซึ่งสื่อหลายสำนักคาดการณ์ตรงกันว่าวันประกาศแก้ไขที่แท้จริงน่าจะเป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2026 หมายความว่าคนที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าถาวรตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 เป็นต้นมา และยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ก็อาจถูกตรวจสอบด้วยเกณฑ์รายได้ใหม่นี้เช่นกัน
เรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อคนไทยจำนวนมากที่ใช้ชีวิตและทำงานในญี่ปุ่นมานาน โดยเฉพาะกลุ่มที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่น หรือทำงานในตำแหน่งที่มีรายได้ปานกลาง เพราะเกณฑ์ “รายได้ต้องสูงกว่าค่าเฉลี่ยคนญี่ปุ่น” นั้นเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าค่าครองชีพขั้นต่ำมาก คนที่กำลังทำงานหาเลี้ยงชีพแบบพอเพียงอาจไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่นี้ทั้งที่ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอย่างสุจริตมานานหลายปี ส่วนฝ่ายนายจ้างญี่ปุ่นหรือบริษัทที่มีพนักงานชาวไทย ก็ควรเริ่มพิจารณาว่าจะช่วยสนับสนุนพนักงานที่มีศักยภาพให้ผ่านเกณฑ์ใหม่นี้ได้อย่างไร เพื่อรักษาบุคลากรที่มีคุณค่าไว้กับองค์กร
ถ้าคุณกำลังวางแผนยื่นขอวีซ่าถาวรในอนาคตอันใกล้ สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือตรวจสอบประวัติการชำระภาษี เงินบำนาญ และประกันสุขภาพของตัวเองให้เรียบร้อยไม่มีจุดบกพร่อง เพราะสิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้เกณฑ์ใหม่ และถ้ามีแผนยื่นคำร้องอยู่แล้ว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าโดยเร็ว เพราะช่วงเวลานี้อาจเป็นจังหวะสุดท้ายก่อนเกณฑ์ใหม่จะมีผลบังคับใช้จริง

