ถ้าคุณเป็นคนไทยที่ใฝ่ฝันอยากทำงานในญี่ปุ่นด้วยวีซ่าระดับสูงที่เปิดทางสู่ใบถิ่นที่อยู่ถาวรได้เร็วกว่าใคร ข่าวที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้อาจเปลี่ยนแผนของคุณไปพอสมควร
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจ Nikkei ของญี่ปุ่นรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น (法務省 หน่วยงานที่ดูแลเรื่องวีซ่าและกฎหมายคนเข้าเมือง) กำลังเตรียมยกระดับเกณฑ์การรับรองสถานะ “ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง” หรือ 高度専門職 (โคโดะ เซ็นมงโชกุ) ให้เข้มงวดขึ้น โดยมีสามแนวทางหลักที่กำลังพิจารณา คือ การปรับเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำในระบบให้คะแนน (points system) ให้สูงขึ้นตามระดับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นในภาพรวมของญี่ปุ่น การทบทวนหรืออาจยกเลิกบางหัวข้อในตารางให้คะแนน เช่น วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน หรือผลงานวิจัย และการเร่งความเร็วในการพิจารณาอนุมัติให้เร็วขึ้นแม้เกณฑ์จะเข้มขึ้นก็ตาม กระทรวงยุติธรรมมีแผนแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องภายในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาใดก็ได้จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2027
สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ ณ วันที่รายงานข่าวนี้ (〔ยังไม่ยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการ〕) กระทรวงยุติธรรมยังไม่ได้ประกาศตัวเลขรายได้ใหม่ที่แน่ชัด เป็นเพียงทิศทางนโยบายที่รายงานผ่านสื่อเพียงสำนักเดียวในขณะนี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือ เรื่องนี้เป็นคนละประเด็นกับการปรับปรุงแนวทางการขอใบถิ่นที่อยู่ถาวร (永住許可ガイドライン) ที่มีการรายงานไปก่อนหน้าเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งยืนยันชัดเจนแล้วว่าสิทธิพิเศษของผู้ถือวีซ่าผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในการขอใบถิ่นที่อยู่ถาวรแบบเร็ว (คะแนน 70 ขึ้นไปใช้เวลา 3 ปี คะแนน 80 ขึ้นไปใช้เวลาเพียง 1 ปี) จะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ระบบผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของญี่ปุ่นทำงานแบบให้คะแนนสะสมจากหลายปัจจัย เช่น วุฒิการศึกษา อายุ ประสบการณ์ทำงาน รายได้ต่อปี ผลงานวิจัย และความสามารถภาษาญี่ปุ่น หากสะสมได้ 70 คะแนนขึ้นไปจะได้รับสถานะ “ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงประเภท 1” ซึ่งมาพร้อมสิทธิพิเศษหลายอย่าง เช่น พาคู่สมรสมาทำงานได้ พาผู้ช่วยแม่บ้านมาด้วยได้ในบางกรณี และขอใบถิ่นที่อยู่ถาวรได้เร็วกว่าคนทั่วไปที่ต้องรออาศัยอยู่ญี่ปุ่นต่อเนื่อง 10 ปี เหตุผลที่ทางการญี่ปุ่นต้องการยกระดับเกณฑ์ในตอนนี้ เกี่ยวโยงกับภาวะค่าจ้างในญี่ปุ่นที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหลายเดือนติดต่อกันในปีนี้ ทำให้เกณฑ์รายได้เดิมที่ตั้งไว้นานแล้วเริ่มไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงต้องการปรับเกณฑ์ให้ “ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง” ยังคงหมายถึงคนที่มีรายได้และความสามารถโดดเด่นจริง ๆ ท่ามกลางค่าครองชีพและค่าจ้างที่ขยับขึ้นทั้งระบบ
สำหรับคนไทยที่กำลังวางแผนเส้นทางอาชีพในญี่ปุ่น โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานสายเทคโนโลยี วิศวกรรม การเงิน หรือวิจัยในบริษัทญี่ปุ่นทั้งในไทยและในญี่ปุ่นเอง ข่าวนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ควรเริ่มติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำถูกปรับขึ้นจริง คนที่กำลังจะยื่นขอสถานะนี้ในอนาคตอาจต้องมีรายได้สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ส่วนคนไทยที่ทำงานอยู่ในญี่ปุ่นแล้วและมีคะแนนใกล้เกณฑ์ 70 หรือ 80 คะแนนพอดี อาจต้องเร่งยื่นเรื่องขอสถานะก่อนที่เกณฑ์ใหม่จะมีผลบังคับใช้ เพื่อล็อกสิทธิ์ภายใต้เกณฑ์ปัจจุบันไว้ก่อน ขณะเดียวกันบริษัทไทยที่มีแผนส่งพนักงานคนไทยไปทำงานญี่ปุ่นในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ก็ควรเผื่อเวลาและงบประมาณเงินเดือนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ใหม่ที่อาจสูงขึ้นในอนาคต
คำแนะนำสำหรับตอนนี้คืออย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะรายละเอียดที่แท้จริงยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ควรทำคือติดตามข่าวจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น (出入国在留管理庁) อย่างสม่ำเสมอ และหากคุณอยู่ในช่วงใกล้จะยื่นขอสถานะผู้เชี่ยวชาญระดับสูงอยู่แล้ว การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าเพื่อประเมินจังหวะเวลาที่เหมาะสมก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ดีกว่าปล่อยให้พลาดโอกาสเพราะเกณฑ์เปลี่ยนไปก่อนที่คุณจะทันตั้งตัว

