คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

เยนป่วนแต่กำไรพุ่ง! 7 ยักษ์การค้าญี่ปุ่นเตือนระวังลงทุนต่างแดน คนไทยต้องรู้อะไร

มีเนื้อหาโฆษณา

ลองจินตนาการว่า ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมชลบุรีที่รอเซ็นสัญญาร่วมทุนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นมาหลายเดือน จู่ ๆ ฝ่ายญี่ปุ่นก็บอกว่า “ขอเวลาทบทวนแผนการลงทุนต่างประเทศอีกครั้ง” คุณจะรู้สึกอย่างไร? นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในวงการโซโก โชฉะ (総合商社) หรือบริษัทการค้าครบวงจรของญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม บริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ 7 แห่งของญี่ปุ่น ทั้งมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น มิตซุย แอนด์ โค มารูเบนิ อิโตชู และอื่น ๆ ต่างรายงานผลประกอบการไตรมาสเมษายน-มิถุนายนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างพร้อมเพรียงกัน มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่นมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 47% เป็น 2.985 หมื่นล้านเยน จากราคาทองแดงและถ่านหินที่พุ่งสูง ส่วนมิตซุย แอนด์ โคทำกำไรสุทธิ 2.94 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้น 53% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของไตรมาสนี้ในประวัติศาสตร์บริษัท พร้อมประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านเยน

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรพุ่งคือ ภาวะเงินเยนอ่อนค่า (円安 เอ็นยัสสุ) เพราะเมื่อบริษัทเหล่านี้แปลงกำไรจากธุรกิจในต่างประเทศกลับเป็นเงินเยน ยิ่งเยนอ่อน ตัวเลขกำไรในบัญชีก็ยิ่งดูสูงขึ้น ทานากะ มาโกโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (CFO) ของมิตซุย แอนด์ โค กล่าวตรง ๆ ในการแถลงข่าวว่า “ในทางบัญชี เยนอ่อนเป็นผลดีกับเรา” แต่ก็เสริมด้วยว่าเยนที่อ่อนเกินไปนั้นส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นโดยรวม สะท้อนความกังวลที่ผู้บริหารระดับสูงมีต่อสถานการณ์ค่าเงินที่ผันผวนรุนแรงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่รัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงตลาดร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

สิ่งที่น่าจับตามากกว่าตัวเลขกำไรคือท่าทีของผู้บริหารต่อการลงทุนในอนาคต ทาจิมะ ชิเมโอกิ ซีเอฟโอของมารูเบนิ ระบุชัดเจนว่า อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้วางแผนกลยุทธ์ระยะกลาง 3 ปีของบริษัทอยู่ที่ 140 เยนต่อดอลลาร์ แต่ตอนนี้เยนอ่อนกว่านั้นมาก จึงต้อง “ระมัดระวังมากขึ้น” สำหรับการลงทุนในต่างประเทศครั้งใหม่ ๆ จากนี้ไป ขณะที่มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่นซึ่งตั้งสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ 150 เยนต่อดอลลาร์ ยอมรับว่าแม้หลังการแทรกแซงค่าเงินร่วมของญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม เยนจะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ราว 156 เยน บริษัทก็ยังคงต้อง “จับตาความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด” เพราะตลาดยังผันผวนสูงมาก

เหตุผลที่ผู้บริหารเหล่านี้ระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่เพราะกำไรไม่ดี แต่เป็นเพราะความไม่แน่นอนของทิศทางค่าเงินต่างหาก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทการค้าญี่ปุ่นใช้ประโยชน์จากยุคเงินเยนอ่อนในการขยายการลงทุนซื้อกิจการและร่วมทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพราะสินทรัพย์ต่างประเทศมีราคาถูกลงเมื่อเทียบเป็นเงินเยน แต่เมื่อรัฐบาลตัดสินใจเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดเยนอ่อนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานาน ผู้บริหารจึงต้องคิดใหม่ว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่เคยใช้วางแผนอาจไม่แม่นยำอีกต่อไป การลงทุนก้อนใหญ่ในต่างประเทศจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักรอบคอบขึ้นกว่าเดิม

สำหรับนักธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมพลังงาน อาหาร ค้าปลีก และยานยนต์ ซึ่งเป็นภาคที่บริษัทการค้าญี่ปุ่นทั้ง 7 แห่งมีสัดส่วนการลงทุนในไทยสูงมาต่อเนื่องหลายสิบปี ข่าวนี้มีความหมายมากกว่าที่คิด เพราะแนวโน้ม “ระมัดระวังการลงทุนต่างประเทศครั้งใหม่” อาจหมายถึงกระบวนการอนุมัติโครงการร่วมทุนหรือขยายกิจการใหม่ในไทยจากฝั่งญี่ปุ่นจะใช้เวลานานขึ้นในระยะสั้น เพราะสำนักงานใหญ่ที่โตเกียวต้องรอดูความชัดเจนของทิศทางค่าเงินก่อนตัดสินใจก้อนใหญ่ ในทางกลับกัน กิจการที่ดำเนินอยู่แล้วในไทยกลับได้อานิสงส์จากอัตราแปลงค่าเงินที่เป็นบวกต่อกำไรของบริษัทแม่ ซึ่งอาจทำให้มีงบประมาณเหลือมาสนับสนุนธุรกิจในไทยต่อได้ดีกว่าที่คาด

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่กำลังเจรจาความร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่นอยู่ตอนนี้ คำแนะนำแบบเพื่อนบอกเพื่อนคือ อย่าตกใจหากการตัดสินใจของฝั่งญี่ปุ่นดูช้าลงกว่าปกติในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เพราะนั่นไม่ได้แปลว่าโครงการของคุณไม่น่าสนใจ แต่เป็นเพราะสำนักงานใหญ่กำลังรอความชัดเจนเรื่องค่าเงินเช่นกัน สิ่งที่ควรทำคือเตรียมข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจนและแผนธุรกิจที่มั่นคง เพื่อให้ฝ่ายญี่ปุ่นตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแม้ในภาวะไม่แน่นอน และหากมีสัญญาที่อ้างอิงเป็นสกุลเงินเยน ก็ควรปรึกษาธนาคารเรื่องการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (hedging) ไว้ล่วงหน้า เพราะความผันผวนแบบนี้อาจยังไม่จบง่าย ๆ ในเร็ววันนี้

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ