คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

ค่าแรงขั้นต่ำญี่ปุ่นปี 2026 ขึ้นเฉลี่ย 1,176 เยน คนไทยที่ทำงานญี่ปุ่นได้อะไรเพิ่ม

มีเนื้อหาโฆษณา

ถ้าคุณเป็นคนไทยที่ทำงานพาร์ทไทม์หรือถือวีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะอยู่ในญี่ปุ่นตอนนี้ หรือกำลังวางแผนจะไปทำงานที่นั่น มีข่าวหนึ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนสิ้นปีนี้ นั่นคือค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศญี่ปุ่นกำลังจะปรับขึ้นอีกครั้ง

คณะกรรมการค่าแรงขั้นต่ำกลาง (中央最低賃金審議会) ของกระทรวงแรงงานญี่ปุ่น มีมติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กำหนดเกณฑ์การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงสำหรับปีงบประมาณ 2026 โดยแบ่งจังหวัดต่างๆ ออกเป็น 3 กลุ่ม (อันดับ A, B, C) ตามสภาพเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ กลุ่ม A ปรับขึ้น 54 เยน ส่วนกลุ่ม B และ C ปรับขึ้น 56 เยน หากทุกจังหวัดทำตามเกณฑ์นี้ ค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักทั่วประเทศ (全国加重平均) จะขยับจาก 1,121 เยนต่อชั่วโมง เป็น 1,176 เยนต่อชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 4.9%

ตัวเลขนี้ถือว่าต่ำกว่าปีที่แล้วที่ปรับขึ้นถึง 66 เยน หรือ 6.3% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่อัตราการปรับขึ้นชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือรูปแบบการปรับครั้งนี้เอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่ต่างจังหวัดมากกว่าเมืองใหญ่ เพื่อลดช่องว่างค่าแรงระหว่างโตเกียวกับจังหวัดอื่นๆ ที่สะสมมานาน

ต้องเข้าใจก่อนว่า ตัวเลข 1,176 เยนนี้เป็นเพียง “เกณฑ์ชี้นำ” จากส่วนกลางเท่านั้น ค่าแรงขั้นต่ำจริงที่บังคับใช้ในแต่ละจังหวัดจะถูกกำหนดโดยคณะกรรมการค่าแรงขั้นต่ำระดับจังหวัด (地方最低賃金審議会) ซึ่งอาจปรับสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์กลางก็ได้ ข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 17-18 สิงหาคม พบว่ามีประมาณ 29-30 จังหวัดที่ประกาศตัวเลขแล้ว และบางจังหวัด เช่น มิยางิ โทจิงิ ไซตามะ จิบะ และไอจิ ปรับขึ้นสูงกว่าเกณฑ์กลางด้วยซ้ำ ค่าแรงใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป โดยแต่ละจังหวัดจะมีวันบังคับใช้ต่างกัน

สำหรับคนไทยที่ทำงานในญี่ปุ่น กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำนี้ใช้บังคับกับแรงงานทุกคนโดยไม่แบ่งสัญชาติหรือรูปแบบการจ้างงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ พาร์ทไทม์ หรือแรงงานส่งผ่านบริษัทจัดหางาน นั่นหมายความว่าคนไทยที่ถือวีซ่าทักษะเฉพาะ (特定技能) วีซ่าฝึกงานทักษะ (技能実習) หรือแม้แต่นักเรียนที่ทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน จะได้รับอัตราค่าแรงใหม่นี้โดยอัตโนมัติเมื่อถึงกำหนดบังคับใช้ในจังหวัดที่ตนทำงานอยู่ สำหรับคนที่กำลังเปรียบเทียบว่าจะไปทำงานจังหวัดไหนดี ควรรู้ไว้ว่าค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดต่างกันพอสมควร โตเกียวและโอซาก้ายังคงมีค่าแรงสูงสุด แต่ค่าครองชีพก็สูงตามไปด้วย ขณะที่บางจังหวัดในกลุ่ม B หรือ C แม้ค่าแรงต่อชั่วโมงจะต่ำกว่า แต่ค่าครองชีพที่ถูกกว่าอาจทำให้เงินเก็บสุทธิไม่ต่างกันมากนัก

อีกประเด็นที่ควรรู้คือ รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายระยะยาวไว้ว่าจะดันค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศให้ถึง 1,500 เยนภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030 การปรับขึ้นในปีนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มระยะยาวที่ค่าแรงในญี่ปุ่นจะทยอยสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับแรงงานไทยที่วางแผนทำงานที่นั่นในระยะยาว แต่ก็ต้องระวังเช่นกันว่า ค่าครองชีพและภาษี รวมถึงค่าเบี้ยประกันสังคมที่หักจากเงินเดือน อาจปรับขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนไทยที่กำลังทำงานอยู่ในญี่ปุ่นตอนนี้ สิ่งที่ควรทำคือตรวจสอบวันที่ค่าแรงขั้นต่ำใหม่จะมีผลบังคับใช้ในจังหวัดของคุณ ผ่านเว็บไซต์กระทรวงแรงงานญี่ปุ่นหรือสำนักงานแรงงานจังหวัด (労働局) เพื่อดูว่านายจ้างของคุณปรับค่าแรงให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนใครที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานญี่ปุ่นครั้งแรก ก็ควรใช้ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลประกอบการเลือกจังหวัดที่จะไปทำงาน ควบคู่กับการพิจารณาค่าครองชีพจริงในพื้นที่นั้นๆ ด้วย ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขค่าแรงต่อชั่วโมงเพียงอย่างเดียว

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ