คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

พ.ย. นี้ระบบ Tax Free ญี่ปุ่นเปลี่ยนใหม่! นักช้อปไทยต้องจ่ายเต็มก่อนแล้วค่อยขอคืนภาษี

มีเนื้อหาโฆษณา

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ร้านเครื่องสำอางในชินจูกุ มือถือตะกร้าเต็มไปด้วยของฝากที่ตั้งใจซื้อไว้แจกเพื่อน แต่พนักงานกลับบอกว่า “ครั้งนี้ต้องจ่ายราคาเต็มพร้อมภาษีไปก่อนนะคะ แล้วค่อยไปขอเงินคืนที่สนามบิน” ฟังดูแปลกใช่ไหม? แต่นี่คือสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นความจริงสำหรับนักท่องเที่ยวไทยทุกคนที่ไปช้อปปิ้งในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีนี้เป็นต้นไป

ระบบปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของญี่ปุ่นกำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี จากระบบเดิมที่ลดหย่อนภาษีให้ตั้งแต่จุดขาย (店頭免税) เท็นโต เมนเซ) ไปเป็นระบบ “ริฟันโด (リファンド方式)” หรือระบบขอคืนภาษีภายหลัง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ภายใต้ระบบใหม่นี้ นักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนรวมภาษีบริโภค (消費税 โชฮิเซ ภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่น) ที่หน้าร้านตามปกติเหมือนคนญี่ปุ่นทั่วไป จากนั้นเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น จึงไปยื่นเรื่องขอคืนภาษีที่เคาน์เตอร์สนามบินหรือท่าเรือ หลังจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรยืนยันว่านำสินค้าออกนอกประเทศจริง ตามข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2025 พบว่า 57.5% ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นเคยใช้บริการปลอดภาษีระหว่างการเดินทาง นั่นหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่กลุ่มเล็ก ๆ ระบบใหม่นี้ยังมาพร้อมการยกเลิกข้อจำกัดเดิมหลายอย่าง เช่น ไม่ต้องแยกประเภทสินค้าทั่วไปกับสินค้าสิ้นเปลืองอีกต่อไป ไม่ต้องบรรจุหีบห่อพิเศษสำหรับของกินของใช้ และยกเลิกเพดานวงเงินซื้อสูงสุด 5 แสนเยนที่เคยมีมาก่อนด้วย

เหตุผลที่ญี่ปุ่นตัดสินใจปรับระบบครั้งนี้ มาจากปัญหาการทุจริตที่สะสมมานาน เพราะในระบบเดิม มีกรณีที่บางคนซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือของแบรนด์เนมโดยอ้างว่าจะนำออกนอกประเทศเพื่อรับสิทธิ์ปลอดภาษี แต่สุดท้ายกลับนำไปขายต่อในญี่ปุ่นเอง ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีไปจำนวนมาก นอกจากนี้ร้านค้ายังแบกรับภาระด้านเอกสารและความเสี่ยงจากการตรวจสอบมาตลอด การเปลี่ยนมาใช้ระบบคืนภาษีภายหลังจึงสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่หลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ใช้กันอยู่แล้ว คือให้ร้านค้าขายในราคาปกติไปก่อน แล้วให้หน่วยงานศุลกากรเป็นผู้ตรวจสอบและคืนเงินให้นักท่องเที่ยวโดยตรงแทน

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความชื่นชอบการช้อปปิ้งเครื่องสำอาง ขนม และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลโดยตรงต่อการวางแผนงบประมาณ เพราะต้องเตรียมเงินสดหรือวงเงินบัตรเครดิตให้พอสำหรับจ่ายเต็มจำนวนรวมภาษีไปก่อนที่หน้าร้าน แล้วจึงไปรับเงินคืนที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องกลับ ซึ่งต่างจากเดิมที่ได้ราคาลดทันทีตั้งแต่ตอนจ่ายเงิน ยิ่งในช่วงนี้ที่ค่าเงินเยนเริ่มแข็งค่าขึ้นจากการแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนสิงหาคม การช้อปปิ้งในญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มจะแพงขึ้นกว่าเดิมอยู่แล้ว การต้องสำรองเงินสดเผื่อภาษีไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวไทยควรวางแผนล่วงหน้าให้ดี

สำหรับเพื่อนคนไทยที่กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น คำแนะนำง่าย ๆ คือ ถ้าทริปของคุณอยู่ก่อนวันที่ 31 ตุลาคม 2026 ก็ยังใช้ระบบเดิมได้ตามปกติ คือได้ราคาลดทันทีที่หน้าร้าน ไม่ต้องกังวลอะไร แต่ถ้าทริปของคุณเริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ควรเตรียมงบประมาณสำรองสำหรับส่วนภาษีที่ต้องจ่ายไปก่อน เก็บใบเสร็จทุกใบไว้ให้ครบ และที่สำคัญคือควรไปถึงสนามบินให้เร็วกว่าปกติ เผื่อเวลาสำหรับคิวที่เคาน์เตอร์ขอคืนภาษีซึ่งคาดว่าจะคึกคักมากในช่วงแรกของการเปลี่ยนระบบ อย่าลืมสอบถามพนักงานร้านตอนซื้อของด้วยว่าจะรับเงินคืนแบบเงินสดหรือโอนเข้าบัตรเครดิต เพื่อให้วางแผนการเดินทางที่สนามบินได้แม่นยำขึ้น

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ