ถ้าคุณอยู่ในญี่ปุ่นมาหลายปี มีงานทำ มีบ้าน และคิดว่าวีซ่าถาวร (永住権) จะเป็นสิ่งที่ “ได้แล้วก็หายห่วง” ล่ะก็ ปี 2569 นี้เป็นเวลาที่ต้องคิดใหม่อย่างจริงจัง
ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างนโยบายผู้พำนักต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ตั้งแต่ปลายปี 2567 ที่ผ่านมา กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองฉบับแก้ไข (出入国管理及び難民認定法) ที่ผ่านรัฐสภาเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 เริ่มมีผลบังคับใช้จริงในทางปฏิบัติแล้ว และส่งผลสั่นสะเทือนต่อชาวต่างชาติที่พักอาศัยในญี่ปุ่นกว่า 3 ล้านคน รวมถึงชุมชนไทยในญี่ปุ่นที่มีจำนวนกว่า 80,000 คน
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ที่ถือวีซ่าถาวรหรือ “เอยูเคน” (永住権) ซึ่งเดิมเชื่อว่าไม่ต้องต่ออายุและแทบไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกเพิกถอน บัดนี้สามารถถูกถอนสิทธิ์ได้ หากฝ่าฝืนภาระผูกพันทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการไม่จ่ายภาษีรายได้ ค่าประกันสุขภาพแห่งชาติ เบี้ยประกันบำนาญ หรือไม่แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ตามกำหนด กฎหมายระบุชัดเจนว่า การไม่ชำระ “โดยเจตนา” คือปัจจัยที่จะนำมาพิจารณา หมายความว่าการลืมหรือเลื่อนการชำระนาน ๆ อาจถูกตีความว่าเป็นการตั้งใจได้เช่นกัน
ขั้นต่อไปที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 รัฐบาลจะเริ่มใช้ระบบ “บัตรพำนักพิเศษ” (特定在留カード) ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานเทศบาลท้องถิ่นเข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์ ในทางปฏิบัติหมายความว่า หน่วยงานตรวจสอบจะสามารถเห็นได้ทันทีว่าคุณค้างชำระภาษีหรือประกันสังคมหรือไม่ โดยไม่ต้องรอให้คุณยื่นเอกสารด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ในปี 2569 ยังมีการเปลี่ยนแปลงในการยื่นขอต่อวีซ่าทำงานประเภท “เทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ และงานนานาชาติ” (技術・人文知識・国際業務) ด้วย โดยนายจ้างในหมวดที่ 3 หรือ 4 ซึ่งหมายถึงบริษัทขนาดเล็กถึงกลางที่ไม่มีประวัติการจ้างงานต่างชาติมาก จะต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อรับรองว่างานที่มอบหมายให้ชาวต่างชาตินั้นสอดคล้องกับวีซ่าที่ถืออยู่ ทั้งยังต้องแสดงหลักฐานทักษะภาษาในกรณีที่ลักษณะงานเกี่ยวข้องกับการสื่อสารด้วยตรงกัน
สำหรับชาวไทยที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มทำงาน พนักงานบริษัทที่กำลังต่อวีซ่า หรือผู้ที่ถือวีซ่าถาวรมาหลายปีแล้ว สิ่งที่ควรทำทันทีคือตรวจสอบสถานะการชำระภาษีและประกันสังคมย้อนหลังอย่างน้อย 3–5 ปี ถ้ามีรายการค้างชำระใด ๆ ควรรีบดำเนินการชำระหรือขอผ่อนชำระก่อนที่ระบบใหม่จะเริ่มทำงานเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน หากไม่แน่ใจเรื่องเอกสารหรือสถานะ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในญี่ปุ่น (行政書士) ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการป้องกันตัวเองที่ฉลาดที่สุด
ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่สัญญาณว่าญี่ปุ่นกำลังปิดประตูต้อนรับต่างชาติ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าญี่ปุ่นต้องการผู้ที่อยู่อย่าง “มีคุณภาพ” มากกว่า “มีจำนวน” การปรับตัวล่วงหน้าย่อมดีกว่าการแก้ปัญหาหลังถูกตรวจพบเสมอ

