คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

ญี่ปุ่นลดภาษีอาหาร เหลือแค่ 1% คนไทยในญี่ปุ่นได้ประโยชน์อะไร และนักธุรกิจไทยต้องรู้อะไรบ้าง

มีเนื้อหาโฆษณา

ลองนึกดูว่า ถ้าวันหนึ่งคุณเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่น หยิบของใส่ตะกร้าเต็มไปด้วยผักผลไม้ ข้าวสาร และนมโยเกิร์ต แล้วพบว่าราคาที่จ่ายที่แคชเชียร์ถูกกว่าเดิมเกือบ 7% โดยไม่มีโปรโมชั่นพิเศษใดๆ — นั่นคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในญี่ปุ่น ถ้าแผนของนายกรัฐมนตรี ทากาอิจิ ซาเนะ (高市早苗) เดินหน้าได้ตามที่วางไว้

รัฐบาลของนายกฯ ทากาอิจิกำลังเตรียมประกาศมาตรการครั้งสำคัญ คือการลดอัตราภาษีการบริโภค (消費税 / ภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่น) สำหรับสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม จากเดิม 8% เหลือเพียง 1% โดยมีแผนให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2027 นายกฯ มีกำหนดประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนจับตามองอย่างใจจดใจจ่อ

ที่มาของนโยบายนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากหลายทิศทาง ทั้งราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความไม่มั่นคงในตะวันออกกลาง ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และค่าเงินเยน (円) ที่ยังอ่อนตัวแม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (日本銀行) จะขึ้นดอกเบี้ยมาแล้วหลายครั้ง สูตรวิจัยของ MRI (三菱総合研究所) ชี้ว่าปี 2026 ดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นอาจสูงถึง 2.6% และมีโอกาสเบี่ยงเบนขึ้นไปกว่านั้นอีกหากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) จึงเลือกใช้ “การลดภาษีอาหาร” เป็นไม้เด็ดในการหาเสียงช่วงเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรต้นปี 2026 และได้รับชัยชนะท่วมท้นด้วยที่นั่ง 316 ที่นั่ง

สำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น นี่คือข่าวที่ตรงเข้ามาถึงกระเป๋าสตางค์โดยตรง ปัจจุบันสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในญี่ปุ่นถูกเก็บภาษีในอัตราพิเศษที่ 8% ต่างจากสินค้าทั่วไปที่เสียภาษี 10% ถ้าลดเหลือ 1% หมายความว่าคนที่ใช้จ่ายค่าอาหารเดือนละ 60,000 เยนจะประหยัดได้ประมาณ 4,200 เยนต่อเดือน หรือราว 50,000 เยนต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับค่าเดินทางรถไฟในเมืองสองถึงสามเดือน นักศึกษาไทยที่ต้องแบ่งทุกบาทในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือแรงงานไทยที่ส่งเงินกลับบ้านเป็นประจำ ย่อมรู้สึกได้ถึงความแตกต่างนี้อย่างชัดเจน

แน่นอนว่ายังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะการลดครั้งนี้ออกแบบมาให้มีผลเพียง 2 ปี ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงถาวร นอกจากนี้ อาหารในร้านอาหาร (外食) ยังคงถูกเก็บภาษี 10% ตามเดิม ดังนั้นหากคุณเป็นคนไทยที่นิยมกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ ผลประโยชน์อาจจำกัดกว่าที่คิด และยังมีความเป็นไปได้ว่าผู้ผลิตหรือร้านค้าบางรายอาจปรับราคาต้นทุนขึ้นพร้อมๆ กัน ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็ก โดยเฉพาะธุรกิจที่ดำเนินการโดยชาวไทยหรือชาวต่างชาติในญี่ปุ่น ก็ต้องจับตาดูว่ารัฐบาลจะออกมาตรการสนับสนุนอะไรบ้าง เพราะนายกฯ เคยระบุว่า “รัฐบาลจะช่วยเหลืออุตสาหกรรมร้านอาหาร” ในช่วงปลาย

สิ่งที่คุณทำได้ตอนนี้คือเริ่มติดตามข่าวอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ที่รัฐบาลจะประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ถ้าอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ลองพิจารณาปรับแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ส่วนนักธุรกิจไทยที่กำลังคิดจะลงทุนในภาคอาหารหรือนำเข้าสินค้าอาหารจากญี่ปุ่น นี่ก็เป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่าตลาดอาหารญี่ปุ่นกำลังจะมีการขยับครั้งใหญ่ ในแบบที่ไม่เกิดบ่อยนัก

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ