คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

ญี่ปุ่นรวม “บัตรต่างด้าว” กับมายนัมเบอร์เป็นใบเดียว

มีเนื้อหาโฆษณา

ลองนึกภาพคนไทยที่ทำงานอยู่ในโตเกียว ทุกครั้งที่ย้ายบ้านต้องเดินเรื่องสองรอบ รอบแรกที่สำนักงานเขตเพื่อแจ้งย้ายที่อยู่ในบัตรประจำตัวผู้มีหมายเลขประจำตัวประชาชน หรือ “มายนัมเบอร์การ์ด” (マイナンバーカード) และอีกรอบหนึ่งที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อแจ้งย้ายที่อยู่ในบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือ “ไซริวการ์ด” (在留カード) ความยุ่งยากแบบนี้กำลังจะลดลงไปมาก เพราะตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและพำนักแห่งญี่ปุ่น (出入国在留管理庁) ได้เริ่มเปิดให้บริการระบบใหม่ที่เรียกว่า “บัตรไซริวเฉพาะ” หรือ โทคุเทไซริวคาร์ด (特定在留カード) ซึ่งเป็นการรวมฟังก์ชันของบัตรไซริวการ์ดกับมายนัมเบอร์การ์ดให้อยู่ในบัตรใบเดียวกัน โดยเปิดให้ยื่นคำขอที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นและเทศบาลต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนเป็นต้นไป

ระบบใหม่นี้มีที่มาจากกฎหมายแก้ไขกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองฉบับปี 2024 ซึ่งประกาศใช้มาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีนั้น แต่กำหนดให้มีผลบังคับใช้จริงในอีกสองปีถัดมาเพื่อให้หน่วยงานราชการเตรียมระบบรองรับ เป้าหมายหลักของการรวมบัตรคือการลดภาระขั้นตอนซ้ำซ้อนของชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในญี่ปุ่น กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่มีสถานะ “ผู้พำนักระยะกลางถึงยาว” และ “ผู้พำนักถาวรพิเศษ” ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ของเทศบาล ซึ่งครอบคลุมชาวไทยส่วนใหญ่ที่ทำงาน เรียน หรือสมรสกับคนญี่ปุ่นและพำนักอยู่ในประเทศ

จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การขอบัตรรวมนี้เป็นเรื่อง “สมัครใจ” ไม่ใช่ข้อบังคับ ผู้ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนก็ยังสามารถถือบัตรไซริวการ์ดและมายนัมเบอร์การ์ดแยกกันสองใบตามเดิมได้ แต่สำหรับผู้ที่เลือกขอบัตรรวม ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดคือเมื่อไปทำธุระเรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานะการพำนักที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ข้อมูลในฟังก์ชันมายนัมเบอร์การ์ดจะถูกอัปเดตให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเดินทางไปแจ้งที่เทศบาลซ้ำอีกรอบเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้บัตรรวมยังสามารถใช้แทนบัตรประกันสุขภาพแบบมายนะ (マイナ保険証) และเชื่อมต่อกับระบบมายนาพอร์ทัล (マイナポータル) ซึ่งเป็นช่องทางออนไลน์สำหรับทำธุรกรรมกับราชการญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกับคนญี่ปุ่นทั่วไป

อีกประเด็นที่ชาวต่างชาติในญี่ปุ่นควรทราบคือ ไม่ว่าจะเลือกขอบัตรรวมหรือไม่ก็ตาม บัตรไซริวการ์ดรูปแบบใหม่ที่ออกตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนเป็นต้นไปจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบนหน้าบัตร โดยข้อมูลบางอย่างที่เคยพิมพ์ไว้บนบัตร เช่น ระยะเวลาพำนัก ประเภทของการอนุญาต และวันที่ออกบัตร จะไม่ปรากฏบนหน้าบัตรอีกต่อไป แต่จะถูกบันทึกไว้ในชิปอิเล็กทรอนิกส์แทน ผู้ที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเจ้าของบัตรเองหรือฝ่ายบุคคลของบริษัทที่จ้างงาน จะต้องใช้แอปพลิเคชันอ่านบัตรที่ทางการญี่ปุ่นจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจสร้างความสับสนในช่วงแรกทั้งฝั่งชาวต่างชาติและฝั่งนายจ้าง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนภาพใหญ่ของสังคมญี่ปุ่นที่กำลังปรับตัวรับมือกับจำนวนชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันตัวเลขผู้พำนักต่างชาติในญี่ปุ่นแตะระดับเกือบ 4 ล้านคนแล้ว ทำให้ระบบราชการที่เคยออกแบบมาสำหรับสังคมที่มีชาวต่างชาติน้อยเริ่มแสดงปัญหาความไม่สะดวกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็มีนโยบายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันในช่วงปีนี้ เช่น แผนปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าและการต่ออายุสถานะพำนักให้ใกล้เคียงมาตรฐานประเทศตะวันตกมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2026 เช่นกัน ภาพรวมจึงชี้ว่าระบบจัดการชาวต่างชาติของญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ทั้งในแง่ความสะดวกที่เพิ่มขึ้นและภาระค่าใช้จ่ายที่อาจสูงขึ้นไปพร้อมกัน สำหรับคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา แรงงาน หรือคู่สมรสของคนญี่ปุ่น เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวระบบราชการไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันโดยตรง คำแนะนำเบื้องต้นคือยังไม่จำเป็นต้องรีบไปขอเปลี่ยนเป็นบัตรรวมทันที เพราะระบบเพิ่งเริ่มเปิดใช้งานและอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ยังไม่นิ่ง แต่ควรเริ่มศึกษาข้อมูลไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่มีกำหนดต้องไปต่ออายุสถานะพำนัก เปลี่ยนสถานะ หรือย้ายที่อยู่ในช่วงเดือนหรือสองเดือนข้างหน้า เพราะจะเป็นจังหวะที่สามารถยื่นขอบัตรรวมไปพร้อมกันได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไปสำนักงานเพิ่มอีกรอบ ส่วนผู้ที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่นก็ควรแจ้งฝ่ายบุคคลให้รับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบบัตรใหม่นี้ด้วย เพราะจะมีผลต่อขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตนของพนักงานต่างชาติในบริษัทเช่นกัน

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ