ถ้าคุณเพิ่งเลื่อนแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นออกไปเพราะคิดว่า “ปีที่แล้วก็แล้วไป รอปีหน้าค่อยไป” คงถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับมานั่งคิดจริงจังอีกครั้ง เพราะตัวเลขล่าสุดจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO) บ่งชี้ชัดเจนว่ากระแสการท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่มีทีท่าจะชะลอลงเลย
ข้อมูลจาก JTB Research ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า เดือนมีนาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นรวม 3,618,900 คน เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 ทะลุ 42.68 ล้านคนตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ และมีแนวโน้มว่าปี 2569 จะทำลายสถิตินั้นอีกครั้ง
ในบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นักท่องเที่ยวไทยเองก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสนี้ด้วย ข้อมูลพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยพบว่า ช่วงที่นิยมมากที่สุดคือเดือนมีนาคมถึงเมษายน ตรงกับช่วงสงกรานต์ และเดือนตุลาคม ส่วนปี 2569 นี้ มีสัญญาณว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยในช่วงต้นปีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนว่าความต้องการเดินทางไปญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง
ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ “ต้นทุน” ของการไปเที่ยวญี่ปุ่น ราคาที่พักในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและเกียวโตปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากอุปสงค์นักท่องเที่ยวต่างชาติล้นเกินกำลังของที่พักที่มีอยู่ บางโรงแรมในย่านท่องเที่ยวยอดนิยมตั้งราคาห้องพักคืนละ 10,000–20,000 เยนในช่วง High Season ซึ่งในอดีตเป็นระดับราคาของโรงแรมระดับกลางพรีเมียม แต่ปัจจุบันอาจเป็นเพียงโรงแรมธรรมดาในทำเลดี นอกจากนี้ สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร และการเดินทางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับค่าสินค้าที่ซื้อกลับบ้าน สะท้อนว่านักท่องเที่ยวต่างชาติหันมา “ซื้อประสบการณ์” มากกว่าซื้อของ
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย สิ่งที่ต้องรู้คือปัญหา “โอเวอร์ทัวริซึม” (Overtourism) หรือนักท่องเที่ยวล้นเกิน กำลังเปลี่ยนสภาพหลายพื้นที่ในญี่ปุ่น บางแหล่งท่องเที่ยวเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือจำกัดช่วงเวลาเข้าชม เมืองเกียวโตเองก็มีมาตรการห้ามนักท่องเที่ยวเข้าซอยเกอิชาบางแห่งในเวลาเฉพาะ ส่วนภูเขาฟูจิก็กำหนดเพดานจำนวนผู้ปีนต่อวัน การวางแผนล่วงหน้าจึงไม่ใช่ตัวเลือกอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ
คำแนะนำที่ใช้ได้จริงสำหรับปีนี้คือ พิจารณาเดินทางนอก High Season เช่น เดือนมิถุนายน (ฤดูฝน ราคาต่ำแต่ธรรมชาติสวย) หรือเดือนพฤศจิกายน (ใบไม้เปลี่ยนสีเริ่มต้น) จองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน และลองเปิดใจสำรวจเมืองรองนอกเส้น Golden Route อย่างคานาซาว่า นางาโน่ หรือมัตสึโมโต้ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่ามากแต่ประสบการณ์ไม่ได้น้อยกว่ากัน ญี่ปุ่นมีมากกว่าโตเกียวและเกียวโต รอให้คุณค้นพบอยู่

