คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

ค่าธรรมเนียมออกนอกญี่ปุ่นพุ่ง 3 เท่า ก.ค.นี้

มีเนื้อหาโฆษณา

ลองนึกภาพว่าคุณวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปลายปีนี้ ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว จองที่พักไว้แล้ว ทุกอย่างดูเรียบร้อยดี แต่มีตัวเลขเล็กๆตัวหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในค่าตั๋วเครื่องบิน ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลงแบบที่หลายคนยังไม่รู้ นั่นคือ “ค่าธรรมเนียมเมื่อออกจากประเทศญี่ปุ่น” ที่กำลังจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนหรือปลายปีนี้ เรื่องนี้คุ้มค่าที่จะรู้ไว้ล่วงหน้า เพราะอาจช่วยให้คุณประหยัดเงินได้โดยไม่ต้องทำอะไรมาก แค่จัดการเรื่องตั๋วให้ถูกจังหวะ

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ รัฐบาลญี่ปุ่นจะปรับขึ้น “ภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ” หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันติดปากว่า “ภาษีออกนอกประเทศ” (出国税 ซึ่งมีชื่อทางการว่า 国際観光旅客税) จากเดิม 1,000 เยนต่อครั้ง เป็น 3,000 เยนต่อครั้ง โดยจะมีผลกับผู้โดยสารที่ออกจากญี่ปุ่นทางเรือหรือเครื่องบินตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ภาษีนี้ใช้กับทุกคนที่ออกจากญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นคนญี่ปุ่นเองหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ และมักจะถูกรวมอยู่ในค่าตั๋วเครื่องบินโดยที่ผู้โดยสารไม่ทันสังเกต จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ มีมาตรการผ่อนปรนสำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วหรือทำสัญญาเดินทางไว้ก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2026 แม้จะเดินทางออกจากญี่ปุ่นหลังวันที่ 1 กรกฎาคมก็ตาม ผู้โดยสารกลุ่มนี้จะยังเสียภาษีในอัตราเดิมคือ 1,000 เยน ส่วนผู้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีนี้คือ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้โดยสารที่ต่อเครื่องออกจากญี่ปุ่นภายใน 24 ชั่วโมงหลังเดินทางมาถึง และลูกเรือของเครื่องบินหรือเรือ

ทำไมญี่ปุ่นถึงต้องขึ้นภาษีนี้ในจังหวะนี้ ต้องเข้าใจก่อนว่าภาษีนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในเดือนมกราคม 2019 เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนถาวรสำหรับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น และนี่จะเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มเก็บภาษีนี้มา เหตุผลหลักมาจากปัญหา “นักท่องเที่ยวล้นเมือง” หรือโอเวอร์ทัวริซึม (オーバーツーリズム) ที่ญี่ปุ่นเผชิญมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าญี่ปุ่นในปี 2025 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดความแน่นขนัดในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเกียวโตหรือโตเกียว รัฐบาลญี่ปุ่นจึงต้องการนำเงินจากภาษีนี้ไปใช้บรรเทาความแน่นขนัดในจุดท่องเที่ยวหลัก ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวกระจายไปยังพื้นที่อื่นๆมากขึ้น และยังนำไปใช้ลดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางให้คนญี่ปุ่นเองด้วย เพื่อสนับสนุนให้คนญี่ปุ่นเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับคนไทยที่ชอบไปเที่ยวญี่ปุ่น เรื่องนี้อาจดูเหมือนเป็นจำนวนเงินเล็กน้อย แต่ถ้าคำนวณดีๆจะพบว่าไม่เล็กอย่างที่คิด ส่วนต่างระหว่างอัตราเดิมกับอัตราใหม่คือ 2,000 เยนต่อคนต่อครั้ง ถ้าเดินทางเป็นครอบครัว 4 คน นั่นหมายถึงส่วนต่างถึง 8,000 เยน ซึ่งเทียบเท่ากับค่าอาหารดีๆได้หนึ่งมื้อเลย สำหรับคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยๆ เช่น นักธุรกิจที่ต้องบินไปโตเกียวหลายครั้งต่อปี หรือคนที่ชอบไปญี่ปุ่นปีละหลายรอบ ส่วนต่างนี้จะสะสมเป็นจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญคือ เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการพูดถึง “ระบบราคาสองมาตรฐาน” หรือ Dual Pricing สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งของญี่ปุ่น เช่น พิพิธภัณฑ์แห่งชาติและปราการฮิเมจิ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่นช่วงนี้ ภาพรวมคือ ต้นทุนการไปเที่ยวญี่ปุ่นในปี 2026 อาจขยับสูงขึ้นในหลายจุดพร้อมกัน แม้เงินเยนจะยังอ่อนค่าอยู่ก็ตาม

ดังนั้น สำหรับคนไทยที่กำลังวางแผนหรือกำลังคิดจะไปญี่ปุ่นในช่วงครึ่งปีหลังของ 2026 สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือ ลองตรวจสอบดูว่าตั๋วเครื่องบินที่กำลังจะซื้อหรือกำลังเล็งอยู่นั้น สามารถออกตั๋ว (ทำสัญญาการเดินทาง) ให้เสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ได้หรือไม่ เพราะถ้าทำได้ คุณจะยังได้อัตราภาษีแบบเดิมแม้จะบินไปญี่ปุ่นหลังเดือนกรกฎาคมก็ตาม สำหรับใครที่วางแผนเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่หรือทั้งครอบครัว การรีบจัดการเรื่องตั๋วให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้อาจช่วยประหยัดได้พอสมควร แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ต้องรีบจองทุกอย่างแบบไม่ทันคิด เพราะ 2,000 เยนต่อคนถือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเล็กมากเมื่อเทียบกับค่าทั้งทริป สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้เท่าทันว่าญี่ปุ่นกำลังปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในหลายมิติ และวางแผนงบประมาณการเดินทางให้สอดคล้องกับความเป็นจริงนี้

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ