เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถ้าคุณไม่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น คุณไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะตัวเลขล่าสุดที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ เจเอ็นทีโอ (日本政府観光局) เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคม 2026 อยู่ที่ 98,800 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 8.6% ซึ่งสวนทางกับภาพรวมตลาดที่หลายประเทศกลับเดินทางไปญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนเดียวกัน
ตัวเลขรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 3,559,900 คน ลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน แต่เมื่อแยกดูเป็นรายตลาดแล้วกลับพบว่ามีถึง 19 ประเทศและภูมิภาคที่ทำสถิตินักท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้น 15.2% ไต้หวันที่เพิ่มขึ้น 14.6% หรือมาเลเซียที่เพิ่มขึ้นถึง 39.6% ส่วนตลาดที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนมีเพียงสามประเทศเท่านั้น คือจีนซึ่งลดลงหนักถึง 60.4% จากการที่รัฐบาลจีนยังคงเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นต่อเนื่อง รองลงมาคือเวียดนามที่ลดลง 2.1% และไทยที่ลดลง 8.6% ดังที่กล่าวไปแล้ว
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมคนไทยถึงไปเที่ยวญี่ปุ่นน้อยลงในเดือนนี้ ทั้งที่ภาพรวมความนิยมเที่ยวญี่ปุ่นของคนไทยยังคงสูงต่อเนื่อง คำอธิบายอย่างเป็นทางการจากเจเอ็นทีโอระบุปัจจัยหลักสองข้อ ข้อแรกคือการจัดเรียงวันหยุดในเดือนพฤษภาคมปีนี้ของไทยไม่เอื้อต่อการเดินทางเท่ากับปีที่แล้ว ทำให้คนที่อยากใช้วันหยุดยาวเดินทางไปเที่ยวได้น้อยลง ข้อที่สองและอาจเป็นข้อที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ความนิยมเดินทางไปเที่ยวประเทศจีนของคนไทยที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งกลายเป็นคู่แข่งสำคัญที่ดึงนักท่องเที่ยวไทยบางส่วนออกจากตลาดญี่ปุ่นไป โดยปัจจัยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุเดียวกันที่ทำให้เวียดนามมีตัวเลขลดลงด้วย ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียแม้จะเผชิญกระแสความนิยมเที่ยวจีนเช่นกัน แต่ยังสามารถทำสถิตินักท่องเที่ยวสูงสุดในเดือนพฤษภาคมได้ เพราะมีปัจจัยบวกอื่นอย่างวันหยุดราชการและช่วงปิดเทอมโรงเรียนมาช่วยหนุน
หากมองในภาพที่กว้างกว่าตัวเลขรายเดือน ข้อมูลสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคมปีนี้กลับพบว่านักท่องเที่ยวไทยยังคงเดินทางไปญี่ปุ่นรวม 656,500 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 4.5% ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลขที่ลดลงในเดือนพฤษภาคมเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้นจากปัจจัยวันหยุดและกระแสเที่ยวจีน ไม่ใช่สัญญาณว่าคนไทยเลิกสนใจเที่ยวญี่ปุ่นแต่อย่างใด อันที่จริงเมื่อมองทั้งตลาดในภาพรวม ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ปัจจุบันคนไทยมีตัวเลือกจุดหมายปลายทางในเอเชียมากขึ้นกว่าเดิม และเริ่มกระจายการเดินทางไปยังหลายประเทศมากกว่าจะพุ่งเป้าไปที่ญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต
สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังวางแผนเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงครึ่งปีหลัง ข้อมูลชุดนี้มีประโยชน์ในการวางแผนมากกว่าที่คิด เพราะช่วงที่ตลาดมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าค่าเฉลี่ยอย่างเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มักหมายถึงเที่ยวบินและที่พักหาง่ายขึ้น ราคาก็มีแนวโน้มไม่พุ่งสูงเท่าช่วงพีคของฤดูกาล ขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนที่ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องอยู่ในระดับเกิน 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อกลางเดือนมิถุนายน ก็ยังถือเป็นจังหวะที่ค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่นค่อนข้างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินบาทอยู่ดี สิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมคือเรื่องวันหยุดและเทศกาลในประเทศปลายทางที่นักท่องเที่ยวสายอื่นนิยมไปแทน เพราะอาจหมายถึงเที่ยวบินไปญี่ปุ่นบางเส้นทางที่เคยมีโปรโมชั่นอาจลดน้อยลงไปบ้าง หากสายการบินหันไปเพิ่มเที่ยวบินไปยังประเทศที่มีความต้องการสูงกว่าแทน ใครที่กำลังลังเลว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือไปประเทศอื่นในเอเชีย คำแนะนำคือลองเปรียบเทียบทั้งช่วงเวลาเดินทาง ราคาตั๋วเครื่องบิน และค่าเงิน ก่อนตัดสินใจ เพราะจังหวะแบบนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่อยากไปญี่ปุ่นแบบไม่ต้องแย่งคิวกับนักท่องเที่ยวชาติอื่นมากเหมือนช่วงพีค

