ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนีนิกเกอิทะยานผ่านระดับ 57,000 จุด ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพทางการเมืองและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดคือค่าเงินเยนที่อ่อนค่าต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มกำไรให้บริษัทผู้ส่งออกและภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดทุนไม่ได้สะท้อนความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งหมด เนื่องจากค่าเงินเยนอ่อนทำให้ราคาพลังงานและอาหารนำเข้าปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพยังคงกดดันครัวเรือนญี่ปุ่น ภาพเศรษฐกิจจึงมีสองด้าน คือภาคธุรกิจส่งออกเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ผู้บริโภคต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น
สำหรับคนไทย แนวโน้มค่าเงินเยนอ่อนยังคงเป็นข่าวดีสำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร และการช็อปปิ้งยังถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นควรติดตามอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด เพราะต้นทุนอาจผันผวนได้ นอกจากนี้ แรงงานไทยหรือผู้ที่วางแผนไปทำงานในญี่ปุ่นควรคำนึงถึงค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น เพื่อวางแผนการเงินอย่างรอบคอบในระยะยาว

