คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

เที่ยวญี่ปุ่นยุคใหม่ต้องคิดมากกว่าช็อปปิ้ง นากาโนะออกแคมเปญลดค่ากิจกรรม ดันนักท่องเที่ยวไปสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น

มีเนื้อหาโฆษณา

ใครที่ยังคิดว่าเที่ยวญี่ปุ่นคือแค่ไปโตเกียว กินของอร่อย แล้วช็อปแบรนด์เนม ข่าวใหม่จากจังหวัดนากาโนะอาจทำให้ต้องเปลี่ยนมุมมอง เพราะล่าสุดมีการเปิดแคมเปญ “Shinshu Experience Discount” เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาไปกับกิจกรรมเชิงประสบการณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง งานคราฟต์ ปั้นเซรามิก ทำโซบะ เก็บผลไม้ แช่ออนเซ็น หรือดูดาว โดยผู้มาเยือนจากนอกจังหวัดจะได้รับส่วนลด 20% ตลอดหลายช่วงเวลาในปีนี้ ขณะที่คนในจังหวัดได้ส่วนลด 50%

สาระสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนลด แต่คือทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ญี่ปุ่นกำลังพยายามพานักท่องเที่ยวออกจากเส้นทางยอดนิยมเดิม และผลักดัน “การใช้จ่ายแบบมีคุณภาพ” มากกว่าการท่องเที่ยวแบบเร่งรีบ ตัวอย่างของนากาโนะชัดมาก เพราะไม่ได้ขายแค่ภูเขาหรืออากาศดี แต่ขายกิจกรรมที่ทำให้ผู้เดินทางเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับพื้นที่จริง ตั้งแต่เช่าจักรยาน ขี่ม้า ทำอาหารพื้นบ้าน ไปจนถึงดูดาวในชนบท แนวคิดนี้สอดคล้องกับภาพใหญ่ของญี่ปุ่นที่ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงมาก โดยปี 2025 ทั้งปีทำสถิติทะลุ 42.68 ล้านคน และเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพียงเดือนเดียวก็ยังทำสถิติสูงสุดสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ที่ 3.4667 ล้านคน

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ข่าวนี้มีประโยชน์มากเป็นพิเศษ เพราะตรงกับพฤติกรรมของนักเดินทางไทยรุ่นใหม่ที่เริ่มอยากได้ “ทริปมีเรื่องเล่า” มากกว่าทริปถ่ายรูปอย่างเดียว อีกทั้งในช่วงที่ค่าเงินเยนยังช่วยให้การเดินทางหลายส่วนคุ้มค่ากว่าอดีต การเลือกเมืองรองที่มีส่วนลดกิจกรรมแบบนี้อาจทำให้ใช้งบเท่าเดิมแต่ได้ประสบการณ์มากขึ้น ที่สำคัญ นากาโนะเดินทางต่อจากโตเกียวได้ไม่ยาก จึงเหมาะกับคนที่อยากเพิ่มทริป 2-3 วันหลังเที่ยวเมืองใหญ่เสร็จ

มีอีกเรื่องที่ควรจำไว้คือ ญี่ปุ่นกำลังให้ความสำคัญกับมารยาทและการกระจายนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งสูง การไปเมืองรองเช่นนากาโนะจึงไม่ใช่แค่ประหยัดหรือสงบกว่า แต่ยังเป็นการเที่ยวแบบรับผิดชอบมากกว่า สำหรับคนไทยที่ไปญี่ปุ่นช่วงซากุระหรือวันหยุดยาว ควรเผื่อเวลา ศึกษากติกาท้องถิ่น จองกิจกรรมล่วงหน้า และให้ความสำคัญกับมารยาทเรื่องการใช้พื้นที่สาธารณะ การต่อแถว การรักษาความเงียบ และการแยกขยะ เพราะยิ่งญี่ปุ่นดันการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์มากขึ้น นักท่องเที่ยวก็ยิ่งถูกคาดหวังให้ “เข้าใจพื้นที่” มากขึ้นตามไปด้วย

มองอีกมุมหนึ่ง แคมเปญแบบนี้ยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นของญี่ปุ่นกำลังแข่งขันกันอย่างจริงจังเพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ใช่แค่ให้มาถึงญี่ปุ่น แต่ต้องทำให้ใช้จ่ายนานขึ้น ลึกขึ้น และกระจายออกจากเมืองยอดนิยม

สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย นี่เป็นสัญญาณว่าการขายแพ็กเกจญี่ปุ่นแบบเดิมอาจไม่พออีกต่อไป ผู้ชนะในรอบใหม่จะเป็นคนที่รู้จักจับคู่ “ค่าเงินเยนที่คุ้ม” เข้ากับ “ประสบการณ์เฉพาะถิ่น” ได้ดีที่สุด

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ