คลิกที่นี่เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Bangkok Shuho (ภาคภาษาญี่ปุ่น) バンコク週報ウエブサイト(日本語)はこちらから

ระวัง! โรคหัดระบาดในญี่ปุ่น 2026 สิ่งที่นักท่องเที่ยวไทยต้องรู้ก่อนเดินทางหลังสงกรานต์

มีเนื้อหาโฆษณา

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยหลายหมื่นคนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อพักผ่อนและท่องเที่ยว ทว่ามีข่าวที่ควรรับทราบเพิ่มเติมจากความสนุกสนานของการเดินทาง นั่นคือญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคหัด (Measles) ในระดับที่น่าเป็นห่วงมาที่สุดในรอบหลายปี ข้อมูลจากสถาบันวิจัยวิกฤตสุขภาพแห่งชาติญี่ปุ่น (JIHS) เปิดเผยว่า ณ วันที่ 11 มีนาคม 2026 ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศทะลุ 100 รายในเพียงสัปดาห์ที่ 10 ของปี ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขญี่ปุ่นออกมาเตือนว่าหากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อ อาจกลายเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009

จุดที่น่าตกใจเป็นพิเศษคือโครงสร้างอายุของผู้ติดเชื้อในครั้งนี้ ตรงข้ามกับภาพจำที่ว่าหัดเป็น “โรคเด็ก” มีข้อมูลชัดเจนว่า ผู้ติดเชื้อ 83 เปอร์เซ็นต์อยู่ในกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-49 ปี โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 20-29 ปีที่มีสัดส่วนสูงถึง 29 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุหลักมาจากการที่คนรุ่นที่เติบโตก่อนปี 2006 อาจได้รับวัคซีนเพียงเข็มเดียว ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันในระยะยาว ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าในช่วงการระบาดของโควิด-19 ประชาชนญี่ปุ่นจำนวนมากหยุดการฉีดวัคซีนตามแผนปกติ ทำให้ภูมิคุ้มกันหมู่ในสังคมอ่อนแอลง

สิ่งที่ทำให้โรคหัดเป็นภัยคุกคามที่ต้องระวังเป็นพิเศษในสภาพแวดล้อมของการท่องเที่ยว คือความสามารถในการแพร่กระจายของมันซึ่งอยู่ในระดับ “สูงมากที่สุด” ในบรรดาโรคติดเชื้อที่รู้จัก เชื้อหัดสามารถแพร่จากผู้ติดเชื้อ 1 คนไปยังผู้อื่นอีก 12-18 คนในกลุ่มที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ผู้ป่วยมีความสามารถในการแพร่เชื้อสูงสุดในช่วง “ระยะคาตาร์”   ระยะแรกของโรค (Catarrhal phase) ซึ่งเป็นช่วง 2-4 วันที่ยังไม่มีผื่น แต่มีอาการคล้ายหวัดทั่วไป นั่นหมายความว่าผู้ติดเชื้ออาจนั่งรถไฟ เดินในห้างสรรพสินค้า หรืออยู่ในร้านอาหารโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากญี่ปุ่นหลังสงกรานต์ สิ่งที่ควรทราบและปฏิบัติมีดังนี้ ประการแรก ให้สังเกตอาการของตัวเองในช่วง 10-14 วันหลังเดินทางกลับ ซึ่งเป็นระยะฟักตัวของโรค หากมีไข้สูง ไอ น้ำมูก และต่อมาเกิดผื่นขึ้นตามตัว ควรรีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการเดินทาง ประการที่สอง ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองได้รับวัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ครบ 2 เข็มหรือยัง ควรตรวจสอบบัตรวัคซีนหรือปรึกษาแพทย์ เนื่องจากวัคซีน MMR มีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันโรคนี้

ข่าวที่น่าเป็นห่วงเพิ่มเติมจากญี่ปุ่น คือวัคซีนป้องกันหัดกำลังอยู่ในภาวะขาดแคลนในประเทศ หลังจากผู้ผลิตรายหนึ่งหยุดจำหน่ายชั่วคราวในปี 2025 ทำให้ชาวญี่ปุ่นที่ต้องการฉีดวัคซีนต้องรอคิวยาวนาน สถานการณ์นี้ยิ่งเพิ่มความสำคัญของการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติควรเตรียมความพร้อมด้านภูมิคุ้มกันก่อนเดินทาง ไม่ใช่หลังจากเดินทางถึงแล้ว

สำหรับชาวไทยที่พักอาศัยหรือทำงานในญี่ปุ่นอยู่แล้ว แนะนำให้ตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนของตัวเองและสมาชิกในครอบครัวโดยเร็ว และหากมีข้อสงสัยสามารถขอรับการตรวจระดับภูมิคุ้มกัน (IgG antibody test) จากสถานพยาบาลใกล้บ้านได้ เนื่องจากโรคหัดนั้น แม้จะดูเป็นโรคธรรมดา แต่ในผู้ใหญ่อาจมีอาการรุนแรง และมีโอกาสเสียชีวิต 1 ใน 1,000 ราย แม้กระทั่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว

หากบทความนี้เป็นประโยชน์
ขอเชิญติดตามเรา

ฝากแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ
  • URLをコピーしました!
สารบัญ