ญี่ปุ่นยังคงเผชิญกับภาวะเงินเยนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในประเด็นเศรษฐกิจที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งภายในและต่างประเทศ ค่าเงินเยนที่อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและเงินบาท ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุน การส่งออก และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศไทยที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พื้นฐานของสถานการณ์นี้มาจากนโยบายการเงินของญี่ปุ่นที่ยังคงผ่อนคลายเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ทำให้เงินทุนไหลออกและค่าเงินอ่อนลง อย่างไรก็ตาม ในมุมของภาคธุรกิจ การอ่อนค่าของเงินเยนกลับเป็น “ดาบสองคม” เพราะแม้จะช่วยกระตุ้นการส่งออก แต่ก็ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น โดยเฉพาะพลังงานและวัตถุดิบ
สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือจังหวะสำคัญในการขยายตลาดไปยังญี่ปุ่น ทั้งในด้านสินค้าอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และบริการ เนื่องจากราคาสินค้าจากต่างประเทศในสายตาผู้บริโภคญี่ปุ่นมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนไทยสามารถพิจารณาเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุนในญี่ปุ่นได้ในต้นทุนที่ต่ำลง
ในด้านการท่องเที่ยว ค่าเงินเยนอ่อนทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ “คุ้มค่า” มากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวล่วงหน้า ทั้งเรื่องมารยาท เช่น การรักษาความเงียบในที่สาธารณะ การต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ และการชำระเงินแบบไร้เงินสดซึ่งกำลังแพร่หลายในญี่ปุ่น
ในภาพรวม ค่าเงินเยนอ่อนในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงประเด็นทางเศรษฐกิจ แต่เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการและนักเดินทางไทยสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ หากเข้าใจบริบทและปรับตัวอย่างเหมาะสม

